หยุดรัฐประหาร-นิติสงคราม หยุดนอมินีปกครองประเทศ
หยุดรัฐประหาร-นิติสงคราม หยุดนอมินีปกครองประเทศ
“รัฐล้มเหลว” เป็นวลีที่ถูกปลุกขึ้นมาเขย่าขวัญปวงชนชาวไทยอีกครั้ง หลังรัฐบาลเผชิญมรสุมรุมเร้าภายในและภายนอกถึงขั้นระดับนักธุรกิจที่ถือหุ้นใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่ง ถึงขั้นใช้คำว่า สภาพประเทศไทยในอนาคตกำลังจมดิ่งสู่วังวนแห่ง “ทศวรรษที่สูญหาย”
เพราะเศรษฐกิจติดหล่ม ดัชนีคอร์รัปชั่น-นิติรัฐ-ประชาธิปไตยทรุดหนัก การเมืองขาดธรรมาภิบาล อำนาจกระจุกตัว ระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก
ก่อให้เกิดทุนเทาจีนที่เหมือนฝูงตั๊กแตนแห่มาลงทุน รัฐไทยปิดตาข้างหนึ่งจนเกิดอุตสาหกรรมจีนศูนย์เหรียญ อย่างน้อยเป็นบริษัทนอมินีกว่า 4 หมื่นแห่งที่ตรวจสอบเจอ โกยเงินออกนอกประเทศ กลไกรัฐของไทยทุกชาติรู้ดีจ่ายใต้โต๊ะ ทำอะไรในประเทศไทยได้ทุกอย่าง
สหรัฐอเมริกายังรุกหนักบีบไทยทุกด้าน ล่าสุดกรณีนักวิชาการชาวอเมริกาถูกจับฐานหมิ่นสถาบัน ยังหยิบยกขึ้นมาเป็นเงื่อนไขให้ปล่อยตัวแลกเปิดเจรจากำแพงภาษีกับสหรัฐฯ
ไทยตกอยู่ในสภาพถูกจีนบีบ ถูกสหรัฐฯนวด และยังต้องจมปลักอยู่กับปัญหาชายแดน 3 จังหวัดชายแดนใต้นับตั้งแต่ปี 2547 ลากยาวมาถึงปัจจุบันไม่เห็นทางออกจากเขาวงกต ขบวนการแยกดินแดนครองใจมวลชนได้มากกว่า
รัฐไทยผลาญงบประมาณด้านมั่นคงโดยไม่มีท่าทีแก้ไขปัญหา ล่าสุดเกิดเหตุร้ายตามยุทธการพุ่งเป้าทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอ ถูกปิดชีพเป็นรายวัน นับตั้งแต่ 18 เม.ย. 68 เป็นต้นมา
คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.)ชุดที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กลับเงียบกริบ
กมธ.ชุดนี้มีตัวแทนพรรคการเมืองหลักรวมเป็นองค์คณะ แม้กมธ.บางคนถูกสังคมจับตาถูกเหมารวมเป็นแนวร่วมขบวนการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย เพราะพฤติกรรมการแสดงออกในสภาและพฤติกรรมในพื้นที่สอดคล้องกัน
นั่นคือสิ่งที่ปวงชนชาวไทยขวัญผวา แต่เมื่อหันไปดูการทำงานของสถาบันการเมือง ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติ ฝ่ายบริหาร เชื่อว่าไม่มีใครไว้วางใจสถาบันการเมือง เพราะบทบาทวุฒิสภา การทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
มันถูกเปรียบเปรยให้เห็นว่าเป็น “แค่นอมินีของเจ้าของอำนาจตัวจริง” คล้ายทุนเทาจีนมีคนไทยเป็นนอมินี อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ทุนจีน
ฝ่ายตุลาการกำลังถูกจับตามองตกอยู่ในโหมด “นิติสงคราม” บทบาทคล้ายกองทัพสมัยก่อน เกิดวิกฤติการเมืองยึดอำนาจ ออกรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดมีรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลหุ่นเชิดสะสมทุนเตรียมรักษาอำนาจผ่านเลือกตั้ง กลายเป็นวัฏจักรกงล้อประวัติศาสตร์ที่ย่ำยีประเทศไทย
มันเป็นบทสรุปบทเรียนของผู้ปกครองประเทศไทยว่ารัฐประหาร มันคือทางตีบตันของประเทศไทย โดยเฉพาะรัฐประหารตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา เป็นบ่อเกิด “นอมินี” ปกครองประเทศไทย ทำให้ประเทศชาติ “วุ่นวายขายบิตคอย” จนถึงทุกวันนี้
บ้านเมืองย่ำอยู่กับที่ ไม่เห็นโอกาสประเทศไทย แม้ล้างหูฟังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จ้อผ่านรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ตอนพิเศษ “สร้างโอกาสในวิกฤติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน”
ขอย้ำว่ายังไม่เห็นโอกาสประเทศไทยจริงๆ เพราะรัฐบาลไม่ได้เรียกความเชื่อมั่นถึงแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และการผ่าตัดใหญ่ประเทศไทยในทุกด้าน
แต่ต้องปล่อยให้ฝ่ายการเมืองบริหารต่อไป อย่าใช้นิติสงครามหรือรัฐประหารเข้ามาจัดการ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะตกอยู่ในมือนอมินี จมดิ่งสู่วังวนแห่ง “ทศวรรษที่สูญหาย” ของแทร่
#มะม่วงแปดริ้ว