โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุเรียนไทย หายใจไม่คล่องคอ เวียดนามไล่บี้ใช้ต้นทุนต่ำ-ขนส่งไวแย่งแชร์ตลาดจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 10.16 น.

ทุเรียนไทย 68 รับศึกรอบด้าน ฝนชุกผลผลิตออกช้า ทุเรียนเวียดนามหายใจรดต้นคอต้นทุนต่ำกว่าครึ่ง ขนส่งไวแค่ 3-4 ชม. ขณะที่ไทยขนส่งนาน 3-4 วัน ซ้ำสวนทุเรียนไทยแอบนำเข้าทุเรียนเวียดนามสวมสิทธิส่งออก ทุนจีนแห่ลงทุนล้งทุเรียนไทยทะลุ 1.5 พันล้ง แย่งมาร์เก็ตแชร์ส่วนมาเลฯเร่งโปรโมตทุเรียนมูซันคิง-หนามดำแย่งแชร์หมอนทองไทย

ทุเรียนไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดศักยภาพที่ยังมีการเติบโตที่โดดเด่น ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ประเทศไทยส่งออกทุเรียนสดมูลค่า 3,219.42 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดโลกสูงถึง 93.3% โดยมีตลาดหลักคือจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

ขณะที่ Mordor Intelligence รายงานว่าตลาดทุเรียนสดทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 10.78 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 เป็น 16.89 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 9.4% โดยประเทศจีนยังคงเป็นตลาดหลักที่บริโภคทุเรียนมากถึง 91% ของดีมานด์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตลาดทุเรียนไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและมาตรฐานการส่งออกที่เข้มงวด

นายธวัชชัย จุงสุพงษ์ เจ้าของ Toby’s Farm เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียนไปตลาดจีน สูงถึงปีละประมาณ 1.4 แสนล้านบาทหรือประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านตัน และเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตามในปี 2568 นี้ทุเรียนไทยเจอกับความท้าทายหลายประการตั้งแต่ สภาพอากาศที่ฝนตกชุกทำให้ทุเรียนสุกช้าจากเดือนมีนาคมเป็นปลายเดือนเมษายนส่งผลให้ราคาทุเรียนปีนี้ปรับตัวขึ้นแตะกิโลกรัมละ 200 กว่าบาท

บวกกับประเด็น BY2 ซึ่งมีสาเหตุมาจากล้งของจีนใช้สารชุบสีที่คาดว่าน่าจะมีการนำเข้ามาแสนกว่าตัน ซึ่งมีความกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งและส่งผลต่อเนื่องให้ทุเรียนไทยอาจเจอปัญหาในการส่งออกที่ไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของประเทศปลายทาง ส่งผลให้บางล็อตสินค้าถูกระงับการนำเข้า และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยในตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังเจอคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเวียดนามที่วันนี้ต้องยอมรับว่ากำลังหายใจรดต้นคอ

ไทยส่งทุเรียนหมอนทองไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีการบริโภคสูงเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 3-4 แม้ว่าผลผลิตทุเรียนไทยจะเพิ่มขึ้นทุกปีแต่ยังไม่เพียงพอต่อดีมานด์ของตลาดจีน สิ่งที่น่ากังวลก็คือตอนนี้“ทุเรียนเวียดนาม” กำลังหายใจรดต้นคอเรา

เนื่องจากเวียดนามมีการส่งออกทุเรียนเข้าตลาดจีนในราคาที่ต่ำกว่าทุเรียนไทย เพราะมีต้นทุนในการผลิตต่อกก.ประมาณ 19 บาท ขณะที่ทุเรียนไทยมีต้นทุนต่อกก.ประมาณ 40 บาท เพราะบ้านเราไฟฟ้าแพงและน้ำไม่มี วันนี้เราขายทุเรียนที่บ้านเรากิโลกรัมละ 200 กว่าบาทส่งออกไปประมาณกิโลกรัมละ 240-250 บาท

แต่เวียดนามขายกิโลกรัมละ 110 -120 บาทโดยประมาณ ทำให้เจ้าของสวนทุเรียนไทยบางสวนเอาทุเรียนเวียดนามเข้ามาสวมสิทธิส่งไปจีน นอกจากนี้เรายังเสียเปรียบเรื่องของการขนส่ง เวียดนามโชคดีที่มีรถไฟความเร็วสูงทำให้สามารถขนส่งทุเรียนไปจีนได้ในเวลาแค่ 3-4 ชั่วโมง ผ่าน Mekong Delta หรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ขณะที่ไทยใช้เวลาขนส่งไปใน 3-4 วัน”

นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ต่อเนื่องมายาวนานอย่าง“ล้งจีน” ที่เข้ามาลงในเมืองไทยที่วันนี้มีมากถึง 1,400-1,500 แห่ง แต่ละล้งใช้เงินลงทุนประมาณ 30 - 50 ล้านบาทอย่างต่ำ นั่นหมายความว่าความต้องการทุเรียนของจีนมีเยอะมากและทุเรียนหมอนทองของไทยยังเป็นอันดับหนึ่งที่คนจีนชอบ

ขณะเดียวกันมาเลเซียก็มีความพยายามโปรโมตทุเรียน“มูซันคิง” และ“หนามดำ” เพื่อแย่งมาร์เก็ตแชร์ในตลาดจีนไปจากหมอนทองของไทยอีกด้วย สิ่งที่ชาวสวนทุเรียนไทยต้องทำ คือพัฒนาทุเรียนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ขณะเดียวเดียวกันอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลเรื่องน้ำให้กับเกษตรกรไทยด้วย

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...