‘โพล’ ชี้คนไทยมีความสุขจากครอบครัว เพื่อน อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 พ.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • The Bangkok Insight"โพล" ชี้คนไทยมีความสุขจากครอบครัว เพื่อน อยากให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความสุขของคนไทย อะไรทำให้คนไทยมีความสุข กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,109 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 3 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา
ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถาม กว่า 6 ใน 10 คน หรือร้อยละ 61.8 ระบุว่าตนเองมีความสุขดี ซึ่งสะท้อนถึงพลังทางบวกที่ยังคงมีอยู่ในสังคม แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีร้อยละ 23.1 สุขปานกลาง ในขณะที่กลุ่มที่สุขน้อยถึงไม่สุขเลยคิดเป็น 1 ใน 7 หรือร้อยละ 15.1 ซึ่งควรได้รับการใส่ใจเชิงนโยบายเพื่อไม่ให้เป็นกลุ่มที่เปราะบางทางอารมณ์ จึงเสนอให้ภาครัฐควรส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยยกระดับ “สุขภาวะเชิงบวก” โดยเฉพาะในชุมชนเมืองที่มักมีภาวะเครียดสูง นอกจากนี้ ควรสื่อสารและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสะท้อนมุมมองต่อความสุขมากขึ้นผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึง การแสวงหาความสุข ในภาวะยากลำบากเรื่องเงิน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.4 ยังคงสามารถหาความสุขได้จากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แสดงถึงคุณลักษณะ “Resilience” หรือความสามารถในการปรับตัวหรือสามารถยืดหยุ่นหาทางออกของภาวะจิตใจต่อวิกฤติต่าง ๆ อันเป็นลักษณะที่โดดเด่นของคนไทย ขณะที่อีกเกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 28.6 ยอมรับว่ายังเผชิญความทุกข์ยากและรู้สึกหาความสุขได้ยาก จึงเสนอแนะให้มีการสนับสนุนกิจกรรมสร้างพลังใจในระดับปัจเจก เช่น “ศูนย์สุขใจใกล้บ้าน” หรือ “กิจกรรมบำบัดร่วมชุมชน” และรณรงค์เชิงบวกให้สังคมตระหนักว่าความสุขไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยสิ่งหรูหรา
ที่น่าสนใจคือ5 อันดับแรกปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุขจากเรื่องใกล้ตัว พบว่า ความสัมพันธ์ทางสังคม โดยเฉพาะ ครอบครัวและมิตรภาพ คือรากฐานของความสุขคนไทยที่ค้นพบร้อยละ85.7 รองลงมาคือสุขภาพ ร้อยละ80.2 และปัจจัยเศรษฐกิจ ร้อยละ73.5 ทั้งนี้“สภาพแวดล้อมปลอดภัย” ร้อยละ62.8 และ“มิติทางศาสนา” ร้อยละ60.9 ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำให้คนไทยมีความสุข ข้อเสนอแนะคือ พัฒนานโยบาย“ครอบครัวไทยเข้มแข็ง” ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และควรส่งเสริมวัด โรงเรียน และศูนย์ชุมชนให้เป็น“พื้นที่สร้างสุข” แก่คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน นอกจากนี้ควร ใช้Big Data และAI เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะ นโยบายรัฐบาลและนโยบายท้องถิ่นที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.5 ระบุรัฐบาลควรหามาตรการลดค่าครองชีพ ร้อยละ 75.9 ระบุควรมีการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมครอบครัวและชุมชนสัมพันธ์ ร้อยละ 63.4 ระบุ ต้องการพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ร้อยละ 61.7 เสนอให้มีวันหยุดยาวเพิ่มขึ้น และร้อยละ 60.3 สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยววัด ชุมชน ธรรมชาติ ตลาดนัด ช้อปปิ้ง
“กล่าวโดยสรุป ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่า"ความสุขของคนไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร่ำรวย แต่อยู่ที่ความรักในครอบครัว สุขภาพที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย" แม้สังคมไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่คนไทยยังคงมีคุณค่าทางจิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมจะร่วมกันฟื้นฟูความสุขในระดับปัจเจก ครอบครัว และสังคม โดยมีนโยบายรัฐและท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริม ประชาชนเสนอให้ รัฐบาลเร่งลดค่าครองชีพ เป็นอันดับหนึ่งรองลงมาคือการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในตารางก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่านโยบายสาธารณะควรยึด“ความสุขเป็นศูนย์กลาง” (Happiness-Centered Policy) เสนอให้มีการ ปรับการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นให้ครอบคลุมการสร้างพื้นที่สีเขียว และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ และพิจารณา"งบประมาณความสุข" ในเชิงนโยบาย เช่น งบพัฒนาจิตใจชุมชน หรืองบส่งเสริมวัดธรรมะใกล้บ้าน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- พปชร. ยันจุดยืนก้าวไปด้วยกัน รับถูกทาบร่วมรัฐบาล มั่นใจสส.พรรค 19 คนมั่นคง
- รัฐบาลโชว์ตัวเลข Q1 ต่างชาติแห่ลงทุนประกอบธุรกิจ 4.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%
- ประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 2 พฤษภาคม 2568 เช็กรางวัลที่ 1 ที่นี่
ติดตามเราได้ที่