Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง ByteDance ขึ้นแท่นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีนเป็นครั้งแรก
Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง ByteDance ขึ้นแท่นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีนเป็นครั้งแรก แซงหน้าเจ้าพ่อ Tencent และน้ำดื่ม Nongfu ท่ามกลางแรงกดดันขาย TikTok ในสหรัฐ
วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 07.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชัน TikTok ก้าวขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีนเป็นครั้งแรก แซงหน้า Zhong Shanshan เจ้าพ่อธุรกิจน้ำดื่ม และ Ma Huateng ผู้ร่วมก่อตั้ง Tencent ด้วยทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 5.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
Zhang Yiming ขึ้นแทนอันดับ 1 ได้หลังจากความมั่งคั่งของ Zhong ลดลงจากผลประกอบการที่ชะลอตัวของบริษัทน้ำดื่ม Nongfu Spring
ทั้งนี้ตามดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg (Bloomberg Billionaires Index) Zhang ยังครองตำแหน่ง บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของเอเชีย รองจาก Mukesh Ambani และ Gautam Adani แห่งอินเดีย ทรัพย์สินพุ่งแรงจากการประเมินมูลค่าบริษัท
ความมั่งคั่งของ Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง ByteDance เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลัง Bloomberg วิเคราะห์มูลค่าที่ประเมินโดยนักลงทุนรายใหญ่ เช่น BlackRock, Fidelity และ T. Rowe Price รวมถึงแผนการซื้อหุ้นพนักงานคืนที่มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 3.12 แสนล้านดอลลาร์ โดยเฉลี่ยแล้ว การประเมินทั้งหมดชี้ว่ามูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3.65 แสนล้านดอลลาร์
สำหรับ Zhang วัย 41 ปี นี่ถือเป็นการพลิกสถานการณ์อย่างมาก หลังจากช่วงเวลาที่บริษัทเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ TikTok ในสหรัฐ รวมถึงปัญหากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่เคยถอนเพลงออกจากแพลตฟอร์มชั่วคราว
ซึ่งอนาคตของ TikTok ในสหรัฐยังคงไม่แน่นอน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตายออกไปอีก 75 วัน จนถึงวันที่ 5 เมษายน เพื่อให้ ByteDance หาผู้ซื้อที่ไม่ใช่ชาวจีน มิฉะนั้นจะเผชิญกับคำสั่งแบนในสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
Bloomberg รายงานว่า Oracle Corp. กำลังพิจารณาแผนเข้าซื้อ TikTok ในสหรัฐ โดยเสนอเข้าถือหุ้นส่วนน้อยและรับประกันความปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่อัลกอริธึมหลักของ TikTok อาจยังอยู่ในมือจีน
ทรัมป์ยังกล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาอาจลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หากจะช่วยให้จีนยอมตกลงในดีลขาย TikTok ในสหรัฐฯ ให้กับบริษัทอเมริกัน พร้อมคาดว่าจะสามารถตกลงเบื้องต้นได้ภายในสัปดาห์หน้า หากยังไม่ได้ข้อสรุปก็อาจขยายเส้นตายอีกครั้ง
ทั้งนี้ในจีน ByteDance เป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยแชทบอท AI ของบริษัทชื่อว่า Doubao มีผู้ใช้งานประจำกว่า 75 ล้านคน และโมเดล AI ประมวลผลภาพของ ByteDance ก็มีต้นทุนถูกกว่าราคาตลาดถึง 85% โดยมีคุณภาพใกล้เคียงกับโมเดลอย่าง DeepSeek
Hao Gao, ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจครอบครัวระดับโลก มหาวิทยาลัย Tsinghua กล่าวว่า “Zhang แตกต่างจากมหาเศรษฐีจีนรุ่นก่อน เพราะธุรกิจของเขามีความเป็นนวัตกรรมและมุ่งสู่ตลาดโลกมากกว่า”
Zhang เป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ เขาสร้างความมั่งคั่งทั้งหมดจากการถือหุ้น 21% ใน ByteDance ซึ่ง TikTok มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก โดยเริ่มต้นอาชีพในฐานะวิศวกรที่เว็บไซต์ท่องเที่ยว Kuxun.com และในปี 2009 เขาก่อตั้งธุรกิจแรกของตัวเองคือเว็บไซต์ค้นหาอสังหาริมทรัพย์ 99fang.com แต่ลาออกในอีก 3 ปีถัดมา
ในปี 2012 Zhang เริ่มก่อตั้ง ByteDance จากอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในปักกิ่ง โดยเปิดตัวแอปข่าว Toutiao ซึ่งภายใน 2 ปีมีผู้ใช้งานรายวันเกิน 13 ล้านคน
โดยเขามีวิสัยทัศน์ต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI แตกต่างจากเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่อย่าง Baidu ในปี 2016 ByteDance เปิดตัวแอปวิดีโอสั้น TikTok (หรือ Douyin ในจีน) ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว
และต่อมาได้เข้าซื้อกิจการแอป Musical.ly ในปี 2018 ด้วยมูลค่าราว 800 ล้านดอลลาร์ ก่อนควบรวมเข้ากับ TikTok
โดยบริษัท ByteDance ได้พัฒนาแอปฯ มากมายและกลายเป็น อาณาจักรเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมทั้งวิดีโอ ข่าวสาร มุกตลก ไปจนถึงซุบซิบดารา ในปี 2021 Zhang ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ และต่อมาไม่กี่เดือนก็ลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท โดยเดินตามรอยมหาเศรษฐีเทคโนโลยีจีนหลายคน เช่น Jack Ma (Alibaba) และ Colin Huang (PDD Holdings) ที่ถอนตัวจากบทบาทบริหารในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
อ้างอิง : bloomberg.com