โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตลาดหุ้นโลกกระอัก! เอเชียดิ่งหนักสุดในรอบ 17 ปี นักลงทุนแห่เทขายหนีตายภาษีทรัมป์

efinanceThai

เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 10.57 น.

ตลาดหุ้นโลกกระอัก! เอเชียดิ่งหนักสุดในรอบ 17 ปี นักลงทุนแห่เทขายหนีตายภาษีทรัมป์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 เม.ย. 68 17:57 น.

ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงเทขายที่รุนแรงอีกครั้งในวันนี้ (7 เม.ย.) โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียและยุโรป หลังสหรัฐฯ กางแผนรีดภาษีนำเข้าต่อชาติคู่ค้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 เม.ย.) สำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ ได้เก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline tariff) ในอัตรา 10% กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศแล้ว ก่อนที่ภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) จะมีผลตามมาในวันที่ 9 เม.ย.

มาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ ยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีหลักของตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าโลก โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลงไปถึง 8.45% มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2008 โดยหุ้นของ TSMC, Tencent และ Sony เป็นกลุ่มที่ร่วงลงมากที่สุด ขณะที่ภาพรวมความเคลื่อนไหวหลังปิดตลาด พบว่า ตลาดหุ้นหลักของเอเชียต่างปิดแดนลบ อาทิ

- ดัชนี Hang Seng ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดร่วง 3,021.51 จุด หรือ -13.22% ปิดที่ 19,828.30 จุด

- ดัชนี CSI 300 ตลาดหุ้นจีน ปิดร่วง 272.06 จุด หรือ -7.05% ปิดที่ 3,589.44 จุด

- ดัชนี Shanghai Composite ตลาดหุ้นจีน ปิดร่วง 245.43 จุด หรือ -7.34% ปิดที่ 3,096.58 จุด

- ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดร่วง 2,593.08 จุด หรือ -7.68% ปิดที่ 31,187.50 จุด

- ดัชนี Topix ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดร่วง 193.40 จุด หรือ -7.79% ปิดที่ 2,288.66 จุด

- ดัชนี Taiwan Weighted Index ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดร่วง 2,065.87 จุด หรือ -9.70% ปิดที่ 19,232.35 จุด

- ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปิดร่วง 137.22 จุด หรือ -5.57% ปิดที่ 2,328.20 จุด

โดยในการซื้อขายระหว่างวัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นไต้หวันเผชิญความผันผวนที่รุนแรง ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ต้องนำมาตรการ Circuit Breaker หรือการพักการซื้อขายชั่วคราวมาใช้ เพื่อควบคุมแรงเทขายและเพื่อให้นักลงทุนมีเวลาในการตรวจสอบ รวมถึงประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดดิ่งแรงตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยดัชนี European Stoxx 600 ดิ่งไป 6% หลังเปิดตลาดได้ไม่นาน ขณะที่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีร่วงลงกว่า 9.5% ส่วนดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ร่วงไป 4.78%

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในฝั่งสหรัฐฯ ณ เวลา 15.40 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ร่วงไป 4.00%, ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส ร่วงไป 3.50% และดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ส ร่วงไป 4.05% ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดทรุดกว่า 2,200 จุด

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวในการเดินหน้าตามแผนภาษีศุลกากร ซึ่งบดบังความหวังว่านโยบายครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อเย็นวันอาทิตย์ว่า "ขอให้ลืมเรื่องตลาดไปสักพัก" และยังกล่าวว่า ตนเองนั้นจะไม่ทำข้อตกลงเพื่อลดภาษีนำเข้ากับประเทศใด ๆ เว้นแต่ว่าประเทศนั้นจะระบุถึงเงื่อนไขที่เปิดทางไปสู่การลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ผมไม่ได้ต้องการให้อะไรแย่ลง แต่บางครั้ง คุณก็ต้องกินยาเพื่อแก้ปัญหา

นักวิเคราะห์มองเหมือนเกิดโควิดซ้ำ-วอนชะลอภาษีตอบโต้ออกไป 90 วัน

คาเรน จอร์เจส (Karen Georges) ผู้จัดการกองทุนรวมตราสารทุนจาก Ecofi กล่าวว่า "บรรยากาศตอนนี้เหมือนเกิดโควิดซ้ำสอง แต่เป็นการเทขายจากปัจจัยที่มนุษย์เป็นคนก่อ กองทุนหุ้นแบบLong onlyใกล้ถึงจุดที่ไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุนแล้ว นักลงทุนต่างกังวลมากขึ้น หลังความเห็นทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่เข้ามาช่วยเหลือตลาด เหมือนอย่างที่เคยเกิดวิกฤตครั้งก่อน ๆ

ขณะที่จีนประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากสหรัฐฯ ในอัตรา 34% และจะควบคุมการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธไปยังสหรัฐฯ โดยรายงานยังระบุว่า ผู้ใกล้ชิดทรัมป์บางคนเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ทบทวนแผนภาษีก่อนถึงเส้นตายบังคับใช้ภาษีตอบโต้ในวันที่ 9 เม.ย.

ด้าน บิล แอคแมน (Bill Ackman) มหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Pershing Square และยังเป็นผู้ที่เคยสนับสนุนทรัมป์ กล่าวว่า ผมเชื่อเหลือเกินว่า มาตรการขึ้นภาษีรอบใหม่ ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันมาก และจะมีผลทั่วโลกในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ถือเป็นความผิดพลาด ทรัมป์ไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำอะไรพลาด ผมขอเรียกร้องให้ผ่อนผันการเก็บภาษีออกไป 90 วัน และยังกล่าวในอีกโพสต์หนึ่งว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราโหวตให้ทรัมป์

เคน เฉิง (Ken Cheung) หัวหน้านักกลยุทธ์ธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเอเชีย จากธนาคาร Mizuho Bank ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ความผันผวนในตลาดรอบนี้มีความรุนแรงมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นตั้งแต่โควิดระบาด และเราเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเทอมของทรัมป์ โดยเฉิงยังระบุว่า มีการสอบถามถึงความเห็นเกี่ยวกับปฏิกิริยาของจีนเข้ามามากมาย ซึ่งเขายังไม่สามารถให้ความเห็นที่ชัดเจนแม่นยำได้ในตอนนี้ เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

จับตาจีนงัดมาตรการตอบโต้ คาดรัฐบาลปล่อยหยวนอ่อนค่า

ขณะเดียวกัน ตลาดและหน่วยงานกำกับดูแลตลาดยังจับตาดูปฏิกิริยาจากฝั่งจีน หลังความหวังในการผ่อนปรนนโยบายจากสหรัฐฯ ลดน้อยลง โดยมีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลจีนอาจเดินหน้าลดค่าเงินหยวน หลังจากที่มีการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 10 เม.ย. นี้

แม้ที่ผ่านมา จีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินหยวน แต่บรรดานักวิเคราะห์เพิ่มคาดการณ์ว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ จะกดดันให้จีนทบทวนประเด็นนี้อีกครั้ง ซึ่งหากค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงก็จะส่งผลให้สินค้าที่จีนส่งออกไปต่างประเทศมีราคาถูกลง ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากมาตรการภาษีของทรัมป์ได้บางส่วน แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ผู้บริโภคในประเทศต้องจ่ายแพวขึ้นสำหรับซื้อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ รวมไปถึงความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน

ขณะที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อหลายสำนักรายงานว่า ผู้กำหนดนโยบายของจีนได้หารือเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและกลไกในตลาด รวมไปถึงจับตาว่าจีนจะออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศหรือไม่

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...