โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 แต่ละสำนักเศรษฐกิจประเมินการเติบโตเท่าไหร่

TODAY Bizview

อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 03.41 น. • workpointTODAY

TODAY Bizview รวบรวมคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ (2568) ผ่านตัวเลขคาดการณ์ ‘ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ’ (Gross Domestic Product: GDP) จากแต่ละสำนัก มาดูกันว่า เศรษฐกิจไทย น่าจะไปได้ไกลแค่ไหน…

GDP ไทย 2568

เริ่มที่ธนาคารฮ่องกง ‘เอชเอสบีซี’ (HSBC) ให้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยไว้สูงสุดในตลาดที่ 3.3% แรงหนุนจากท่องเที่ยว นโยบายแจกเงิน 10,000 บาท (Digital Wallet) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

รองลงมาคือองค์การการเงินระดับโลกอย่าง ธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภาครัฐของไทย กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน หอการค้า คาดการณ์การเติบโตไว้ที่ 3%

ปัจจัยหนุนที่น่าจะทำให้ GDP น่าจะเติบโตได้สูงถึง 3% นั้น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า มาจากการใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่ขยายตัว การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน การส่งออกสินค้า และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ถัดมาคือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และวิจัยกรุงศรี ให้คาดการณ์ GDP ปีนี้ที่ 2.9% ส่วนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้คาดการณ์ไว้เป็นช่วง (Range) ระหว่าง 2.4-2.9%

โดยปัจจัยหนุนมาจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง การลงทุนโดยรวม การส่งออก และการบริโภคภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม GDP ที่ระดับนี้ยังถือเป็นระดับที่โตต่ำกว่าศักยภาพ แรงกดดันมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย เช่น หนี้ครัวเรือน

ถัดมา สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ GDP ปีนี้ไว้ที่ 2.8% แรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐ การขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชน และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยว แต่คาดว่าการส่งออกที่ชะลอตัวจะเป็นแรงกดดัน

ถัดมา ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินการเติบโตไว้ที่ 2.7% แรงหนุนจากการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น

รองโหล่คือ ttb analytics และ KKP Research ให้การเติบโตที่ 2.6% โดย ttb analytics วิเคราะห์ว่า แม้จะได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือน นักท่องเที่ยวที่ลดลง และการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัว

ส่วน KKP Research มองว่า เศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอลงนั้น มาจากปัจจัยทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ภาคบริการที่มีแนวโน้มขยายตัวช้าลง เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ และการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวลงต่อเนื่อง เป็นต้น

สุดท้ายคือ SCB EIC และศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ให้การเติบโตไว้ต่ำสุดในตลาด (อย่างน้อยก็ตอนนี้) ที่ 2.4% แรงกดดันมาจากนโยบายการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกของไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...