โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นายกเล็ก ขอขมาหลุมศพมนุษย์โบราณโนนพลล้าน จ่อพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 08.59 น.

นายกเล็ก ขอขมาหลุมศพมนุษย์โบราณโนนพลล้าน จ่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ เล็งชงย้ายเรือนจำใช้พื้นที่เป็นสวนสาธารณะ-พิพิธภัณฑ์เมือง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน บริเวณพื้นที่ปรับภูมิทัศน์คูเมืองด้านตะวันออก ถนนอัษฎางค์ตัดถนนพลล้าน เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายก ทน.นครราชสีมา พร้อมกลุ่มนักโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับโครงกระดูกมนุษย์ในวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งขุดพบเพิ่มเติมจำนวน 11 โครง โดยมีพระภิกษุสงฆ์ 4 รูป ประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นได้ดำเนินเก็บกู้โครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุจำนวนหนึ่งตามหลักวิชาการ

นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมกลุ่มนักโบราณคดีได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศึกษาร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับการขุดค้นพบโครงกระดูกและเครื่องปั้นดินเผาของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2567 โดยเริ่มขุดในวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาและเปิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้าชมขั้นตอนการทำงานของนักโบราณคดีอย่างใกล้ชิด รวมทั้งบรรยายให้ความรู้และเปิดให้ซักถามข้อสงสัย

นายวรรณพงษ์เปิดเผยว่า ขนาดหลุมขุด กว้าง 3 เมตร ยาว 15 เมตร ความลึก 1.2 เมตร ระดับความลึก 100-180 เซนติเมตรจากผิวดิน พบการฝังศพร่างมนุษย์ลักษณะนอนหงายเหยียดยาว 6 โครง ถูกฝังร่วมกับของอุทิศ มีความพิเศษอยู่ที่โครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 1 ฝังภาชนะดินเผาแบบพิมายดำสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานต่อเนื่องเป็นแหล่งฝังศพของวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็กมีอายุสมัยอยู่ในช่วง 2,400-1,500 ปี และระดับความลึก 180 เซนติเมตรจากผิวดิน พบโครงกระดูกมนุษย์ฝังร่วมกับของอุทิศ อาทิ ภาชนะดินเผาแบบบ้านปราสาท หันศีรษะไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ นอกจากนี้พบแผ่นทองคำขนาด 0.1 x 0.01 มม. สะท้อนให้เห็นการใช้พื้นที่ฝังศพต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสำริด หรือราว 3,000-2,500 ปีมาแล้ว นับเป็นการค้นพบใหม่ของพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา จากเดิมพบร่องรอยมนุษย์อายุ 2,400 ปี

นายวรรณพงษ์กล่าวว่า การพบร่องรอยการฝังศพของมนุษย์ร่วมกับหม้อดินเผาแบบบ้านปราสาท รูปทรงคนโทปากแตรมีเชิง ทาน้ำดินสีแดงถูกยกให้เป็นรูปแบบเด่นของภาชนะดินเผา สมัยสำริดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำมูลตอนบนกำหนดอายุสมัยอยู่ในช่วง 3,000-2,500 ปีมาแล้ว ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์ 3 โครง หันศีรษะไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ บริเวณเหนือศีรษะและปลายเท้าพบภาชนะดินเผาแบบบ้านปราสาทฝังร่วมเหมือนกันทั้งหมด สำหรับโครงกระดูกมนุษย์ หมายเลข 8 สวมกำไลหินอ่อนที่แขนข้างขวาและโครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 9 สวมกำไลหอยมือเสือที่แขนข้างขวา ทั้ง 2 โครง ถูกฝังในแนวขนานกัน นักวิชาการตั้งข้อสงสัยถูกฝังพร้อมกันหรือไม่ ความพิเศษของการฝังศพสมัยสำริดคือโครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 7 ลำตัวอยู่ในลักษณะตะแคงซ้าย แขนข้างซ้ายและข้างขวาอยู่ในลักษณะประสานมือเหนือกระดูกเชิงกราน ขาข้างซ้ายเหยียดตรง ขาข้างขวายกงอตั้งขึ้นและยังคงรูปแบบการฝังภาชนะดินเผาเหนือศีรษะและปลายเท้าร่วมด้วย

ทั้งนี้การขุดค้นแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน แสดงให้เห็นบริเวณพื้นที่เมืองนครราชสีมาเป็นชุมชนของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่ มีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างชุมชนอื่นๆ ใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของการใช้พื้นที่เป็นแหล่งฝังศพมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริด 3,000-2,500 ปีมาแล้ว และโครงกระดูกมนุษย์ หมายเลข 7, 8, 9, 10 และ 11 ต่อเนื่องถึงสมัยเหล็ก 2,400-1,500 ปีมาแล้ว โครงกระดูกมนุษย์ หมายเลข 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ถือเป็นการค้นพบวัฒนธรรมสำริดในพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมาเป็นครั้งแรก หลักฐานบ่งชี้คือภาชนะดินเผาแบบปากแตรทาน้ำดินสีแดงซึ่งแต่เดิมจะพบภาชนะลักษณะนี้ในแหล่งโบราณคดี สมัยสำริดที่สำคัญๆ อย่างเช่น แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทและวรรณคดีบ้านโนนวัดในพื้นที่ของอำเภอโนนสูง จ.นครราชสีมา

นายวรรณพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาแหล่งวรรณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อนึกถึงแหล่งที่สำคัญๆ เช่นแหล่งวรรณคดีบ้านโนนวัด หรือแหล่งวรรณคดีโนนบ้านจาก เป็นผลงานของของชาวต่างชาติ แต่แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ล้วนเป็นคนไทยและดำเนินการเองตลอดการทำงานในปีงบประมาณนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับ ต้องรอผลการกำหนดอายุสมัยด้วยวิธีวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการ หลังสิ้นสุดการขุดค้นจะรีบนำส่งตัวอย่างต่อไป

นายประเสริฐ นายก ทน.นครราชสีมา กล่าวว่า การขุดค้นพบครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีมูลค่าและมีคุณค่าต่อโคราชและประเทศไทย ทน.นครราชสีมา มีโครงการพัฒนาปรับปรุงคูเมืองทั้ง 17 แห่ง หลังดำเนินการพื้นที่คูเมืองที่ 12 หรือคูเมืองบูรพารวมพลด้านทิศตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเมืองเก่าและแหล่งโบราณสถานโบราณวัตถุ ก่อนการพัฒนาพื้นที่ต้องมีการขุดค้นพิสูจน์แหล่งโบราณคดีตามขั้นตอน จึงค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณพร้อมเครื่องอุทิศจำนวนมาก ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้ ถือเป็นเรื่องที่พิเศษและมีความสำคัญต่อข้อมูลประวัติศาสตร์ของชาวโคราชในอดีตกาล

ทน.นครราชสีมามีแผนจัดทำ side museum โดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากกรมศิลปากรและสถาปนิกร่วมกันออกแบบ จำลองหลักฐานทางโบราณคดีจากของจริงให้เป็นพื้นที่จัดแสดงแหล่งเรียนรู้ศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เมืองโคราชให้กับนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมามีการถอดบทเรียนข้อบกพร่องเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่จัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีให้มีความสวยงามและความปลอดภัยมั่นคงแข็งแรง

คูเมืองด้านทิศตะวันออกเป็นพื้นที่ที่สำคัญมากในเชิงโบราณคดีประวัติศาสตร์และในเชิงของการท่องเที่ยว ในอนาคตมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาในเรื่องของโบราณคดี วางแผนสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองโคราชขนาดใหญ่ เบื้องต้นได้ขอใช้พื้นที่ 40 ไร่ ที่ตั้งของเรือนจำกลางนครราชสีมา เพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์เมืองและลานคนเมืองขนาดใหญ่ด้านฝั่งตะวันออก อยู่ระหว่างประสานงานกับกรมราชทัณฑ์ กรมธนารักษ์ เพื่อขอใช้พื้นที่ประมาณ 200-300 ไร่ บริเวณ ต.ไชยมงคล อ.เมือง ปัจจุบันเป็นพื้นที่ใช้สอยของกองทัพบก เพื่อย้ายเรือนจำ คาดใช้เวลานานพอสมควร อย่างไรก็ตามเรามีแผนพัฒนาคูเมืองอีกหลายจุด อาจจะพบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกเล็ก ขอขมาหลุมศพมนุษย์โบราณโนนพลล้าน จ่อพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...