โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จนท.สนธิกำลัง ยึดคืนหาดฝรั่ง-เกาะมุกด์ จัดระเบียบร้านค้า หลังชาวบ้านยึดขายของนาน 3 ปี

77kaoded

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 22.06 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 14.51 น. • 77Kaoded

ตรัง -จนท.หลายฝ่ายสนธิกำลังยึดคืนพื้นที่จัดระเบียบชายหาดซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และถูกประกาศให้เป็นป่านันทนาการเกาะมุกด์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง หลังชาวบ้านยึดพื้นที่ค้าขายมานานกว่า 3 ปี โดย เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจนานเกือบ 3 ชม.เพื่อเจรจาให้ถอยร่นร้านค้าไปอยู่ในจุดที่กำหนด แต่ชาวบ้านไม่ยอม จึงต้องใช้กำลังรื้อถอนไปได้ 4 ร้าน ที่เหลืออีก 6 ร้าน จึงยินยอม เพราะกลัวถูกดำเนินคดี ทั้งหมดจึงยอมถอยร่นไปค้าขายในจุดที่กำหนด เพื่อคืนพื้นที่ชายหาดให้แก่นักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกหน่วยในพื้นที่,เจ้าหน้าที่สำนักป่าไม้ที่ 12 (นครศรีฯ) ตำรวจ ปทส. ,ตำรวจภูธรจ.ตรัง , กอ.รมน.ตรัง ,เจ้าหน้าที่อุทยานฯหาดเจ้าไหม ฝ่ายปกครอง นำโดยนายวรวิทย์ หยูดำ ผอ.ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) , นายสมนึก กุนหลัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าป่านันทนาการเกาะมุกด์ พร้อมกำลังประมาณ 80 นาย ลงพื้นที่ป่านันทนาการเกาะมุกด์ บริเวณหาดฝรั่ง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าเกาะมุกด์” หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื้อที่ 46 ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นรีสอร์ทหรูของนายทุนที่ออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 มิชอบ และกรมป่าไม้ยึดคืนมาได้เมื่อปี 2553 โดยมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจ้าของรีสอร์ท ต่อมาปี 2564 กรมป่าไม้ประกาศให้เป็นป่านันทนาการ พร้อมกับป่านันทนาการอื่นๆรวม 10 แห่งทั่วประเทศ และเป็นป่านันทนาการทางทะเลเพียงแห่งเดียว และสวยงามมากรองจากเกาะกระดาน โดยจากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 10 ราย ได้ยึดพื้นที่บริเวณหาดทราย ซึ่งถูกจัดเป็นเขตการท่องเที่ยวและนันทนาการค้าขายอาหาร และเครื่องดื่ม มานานกว่า 3 ปี มีการจับจองพื้นที่หน้าร้านค้า วางโต๊ะ เก้าอี้ เต้นท์ ผ้าใบ ทั้งพื้นที่หน้าร้าน และรุกล้ำลงไปในพื้นที่บริเวณชายหาดอีก 3 แถว โดยมีการแบ่งพื้นที่กันแต่ละร้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าที่ผ่านมาได้มีผ่อนผัน และมีการนัดพบปะพูดคุยทั้งที่ว่าการอำเภอ รวมทั้งลงพื้นที่พูดคุยและปักป้ายแจ้งเตือน เพื่อขอให้ชาวบ้านย้ายข้าวของออกจากบริเวณชายหาด เนื่องจากเป็นการบุกรุกพื้นที่เขตการท่องเที่ยวและนันทนาการที่ประชาชนมีสิทธิ์ใช้ร่วมกัน แต่ชาวบ้านไม่ยอมย้ายออก ในครั้งนี้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงทำการตรวจยึดและรื้อร้านค้าดังกล่าวออกไป เนื่องจากเตรียมปรับภูมิทัศน์อาคารสำนักงาน ป้อมยาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และห้องสุขา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีการหาผู้รับเหมาและเซ็นต์สัญญาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท และเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบชาวบ้านนับร้อยคนมารอพบ และขอประวิงค้าขายในจุดเดิมต่อไปอีก 2 เดือน ให้หมดฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ และคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้าง โดยอ้างว่าจะต้องผ่านประชามติจากชาวบ้าน และห่วงต่อไปจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าท่องเที่ยวจะกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยว และจะกระทบกับนักท่องเที่ยว และอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการไกล่เกลี่ยนานกว่า 3 ชม. โดยมีการจัดตัวแทนชาวบ้าน 5 คน โดยเจ้าหน้าที่ขอให้ทางชาวบ้านทำเป็นโครงการเสนอความเห็นผ่านสภา อบต.เกาะลิบง เพื่อขอใช้พื้นที่เสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้พิจารณา ขณะที่ชาวบ้านขอให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมบริหารจัดการพื้นที่ก่อน ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่จึงต้องบังคับใช้กฎหมายรื้อถอน และเตรียมดำเนินคดี แต่รื้อถอนได้เพียง 4 ร้าน ชาวบ้านจึงยินยอมขอย้ายไปอยูในจุดที่กำหนด คือ ถอยร่นไปจากจุดเดิมประมาณ 10 เมตร คืนพื้นที่ชายหาด และรื้อเก้าอี้หน้าชายหาดอีก 1 แถว เพื่อคืนพื้นที่ให้นักท่องเที่ยว คงไว้ 3 แถว ท้ายที่สุด จึงตกลงกันได้ในเบื้องต้นขายในจุดที่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่มีการทำบันทึกการตรวจสอบ และให้ชาวบ้านเซ็นต์รับทราบ แต่ไม่มีใครเซ็นต์ ขณะที่ชาวบ้านบางรายยืนยันไม่ยอมให้มีการก่อสร้าง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดำเนินคดีกับชาวบ้านแต่อย่างใด ยังอะลุ่มอล่วยกันต่อไป และเตรียมเข้าลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กันตังต่อไป

นายศิราวุฒิ หาดเกลี้ยง ชาวบ้านเกาะมุก บอกว่า ชาวบ้านมีประมาณ 12 ร้านค้า ขอว่าให้ได้ค้าขายต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน จะหมดฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งจริงๆชาวบ้านเข้าใจข้อกฎหมาย แต่กังวลห่วงว่าหากจัดระเบียบแล้วชาวบ้านจะได้ขายของอีกหรือไม่ สรุปคือ มีปัญหาด้านการสื่อสารเจ้าหน้าที่สื่อสารไม่ชัด แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วจึงยอมถอยร่น ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเกาะมุกด์จะมาที่หาดฝรั่งตรงนี้ร้อยละ 90 เพราะมีชายหาดที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ทำให้มีรายได้ในระบบทุกธุรกิจต่อวันนับแสนบาท ชาวบ้านก็ได้มีอาชีพค้าขายเลี้ยงครอบครัว

นายวรวิทย์ หยูดำ ผอ.ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) บอกว่า พื้นที่นี้ทางกรมป่าไม้ยึดคืนมาจากนายทุนที่สร้างรีสอร์ทจากการออกเอกสารสิทธิมิชอบ ต่อมากรมป่าไม้ประกาศเป็นพื้นที่ป่านันทนาการ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ซึ่งมีระเบียบในการบริหารจัดการพื้นที่ แต่ต่อมามีพี่น้องประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขาย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจัดระเบียบร้านค้า ให้เป็นไปตามระเบียบ วันนี้จึงนำสู่การจัดระเบียบ ซึ่งก็พยายามจะผ่อนปรนให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการได้ แต่ต้องเข้าสู่ระเบียบของกฎหมาย โดยตอนนี้กรมป่าไม้อนุมัติงบประมาณสร้างสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 4 ล้านบาท ทั้งป้อมยาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องสุขา อาคารที่ทำการ แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ลงนามสัญญาก่อสร้างแล้ว เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 สิ้นสุดสัญญา 23 กันยายน 2568 ระยะเวลา 120 วัน ซึ่งหลังก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันโดยจะมีตัวแทนหลายฝ่าย รวมทั้งชาวบ้านร่วมกันกำหนดค่าบริการจัดเก็บจากนักท่องเที่ยว รวมทั้งรถ เรือ ก็จะมีการกำหนดร่วมกัน แต่ทั้งหมดจะต้องมีการกำหนดร่วมกันและต้องยึดระเบียบของกรมป่าไม้ด้วย โดยชาวบ้านจะให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในทุกด้าน เพราะหลักของป่านันทนาการจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่านันทนาการด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...