มิงค์ สระบุรี: จากเด็กหญิงริมโต๊ะ สู่แชมป์โลกที่เปลี่ยนโฉมสนุกเกอร์ไทย
“มิงค์ สระบุรี” เป็นฉายาที่คุ้นเคยกันดีในแวดวงกีฬาสนุกเกอร์ของ “ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย” นักกีฬาสนุกเกอร์หญิงคนแรกของประเทศไทยที่สามารถคว้าตำแหน่ง “แชมป์โลกสนุกเกอร์หญิงอาชีพ” เมื่อปี 2022 และปัจจุบันในวัย 25 ปีชื่อของเธอยังอยู่ในตำแหน่ง “นักสนุกเกอร์หญิงมือวางอันดับหนึ่งของโลก” อีกด้วย เส้นทางของการเป็นนักกีฬาอาชีพบนโต๊ะสักหลาดของมิงค์จะยากหรือง่ายแค่ไหน วันนี้เธอมีเวลาวางไม้คิวมานั่งเล่าเรื่องราวให้เราได้รู้กัน
หนูเป็น ‘มิงค์ สระบุรี’ ได้ทุกวันนี้ก็เพราะสนุกเกอร์
“สนุกเกอร์” ครึ่งชีวิตของมิงค์ สระบุรี
“หนูใช้ชีวิตอยู่กับกีฬาสนุกเกอร์มารวม ๆ แล้วน่าจะประมาณ 12-13 ปี คือเริ่มเล่นตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นป.4 ด้วยความที่คุณแม่ทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ที่โต๊ะสนุกเกอร์ ทุกวันหลังเลิกเรียนเลยต้องไปรอแม่ที่นั่น วันหนึ่งเจ้าของโต๊ะเดินมาถามว่า อยากลองเล่นสนุกเกอร์ไหม เขาจะให้พี่บิ๊ก สระบุรี (อรรถสิทธิ์ มหิทธิ - อดีตแชมป์โลกมือสมัครเล่น) มาสอนให้ ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อก็อยากให้ลอง หลังจากนั้นหนูก็เริ่มเล่นสนุกเกอร์เรื่อยมา”
มิงค์เริ่มต้นเท้าความกลับไปที่จุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่วงการเกมการแข่งขันบนโต๊ะสักหลาดของเธอด้วยน้ำเสียงสดใส ซึ่งเธอกล่าวต่อด้วยว่า อย่าถามว่าตอนนั้นชอบไหม เพราะเธอยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ก็ทำด้วยความสนุก เหมือนได้มีอะไรเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอคุณแม่ทำงาน แต่กลายเป็นว่า “สนุกเกอร์” กลับทำให้ครอบครัวของเธอมีความมั่นคง และเป็นอาชีพที่เจ้าตัวเอ่ยปากว่า “ครึ่งชีวิตของหนูคือสนุกเกอร์”
“จริง ๆ ที่คุณพ่ออยากให้ลองเล่น เขาไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะให้เรายึดเป็นอาชีพหรือเป็นนักกีฬาจริงจัง เขาคิดแค่ว่า ถ้าเล่นแล้วไม่รุ่ง อย่างน้อยหนูก็ยังเป็นกรรมการตัดสินเอาไว้หาเลี้ยงตัวเองได้ แต่พี่บิ๊ก สระบุรี บอกว่าถ้าเป็นกรรมการตัดสินไม่ต้องเล่น เป็นได้เลย หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกฝนเรื่อยมา ด้วยความเคี่ยวเข็ญของคุณพ่อ จนมีโอกาสเข้าไปสู่เส้นทางการแข่งขัน โดยคุณพ่อเป็นคนพาเข้ามาลองแข่งที่กรุงเทพฯ
“จนหนูเรียนจบ ม.3 คุณพ่อเห็นว่าเพื่อนนักสนุกเกอร์รุ่นเดียวกันอย่าง ใบพัด ศรีราชา (ศิริภาพร นวนทะคำจัน) ติดทีมชาติแล้ว เลยถามว่าเราอยากไปซ้อมกับคุณพ่อของใบพัดดูไหม หลังจากนั้นหนูก็ย้ายไปอยู่ศรีราชาเพื่อฝึกซ้อมอย่างจริงจัง แล้วก็มีโอกาสได้เป็นตัวแทนทีมชาติ จากตอนแรกตั้งใจว่าจะดรอปเรียนแค่ปีเดียว กลายเป็นว่าโอกาสในการแข่งสนุกเกอร์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ”
ในที่สุดมิงค์ก็สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์สนุกเกอร์หญิงสมัครเล่นโลกได้ด้วยวัยเพียง 16 ปี และเป็นการลงแข่งสนุกเกอร์สมัครเล่นโลกครั้งที่ 2 เท่านั้น โดยครั้งแรกที่ลงแข่ง เธอสามารถแสดงความสามารถให้ได้เป็นที่ประจักษ์กันด้วยการคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศมาครอง
“ตอนที่ได้แชมป์สมัครเล่นโลก ต้องบอกว่าดีใจมาก และเป็นแชมป์รายการเดียวที่หนูร้องไห้ มันเหมือนปลดล็อกความรู้สึกของตัวเอง ด้วยความที่กดดันมาก เพราะครั้งแรกที่ลงแข่งรายการนี้ หนูมาแบบไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายอะไรทั้งสิ้น คิดแค่ว่าเข้ารอบ 4 คนสุดท้ายก็เก่งมากแล้ว แต่กลายเป็นว่าเราได้รองแชมป์ ครั้งต่อมาก็เลยบอกกับตัวเองว่า จะตั้งใจจริงจัง ก็เลยค่อนข้างจะมีความกดดันมาก พอได้ปุ๊บ รีบโทรศัพท์หาคุณแม่เลย บอกว่าหนูทำได้แล้วนะ”
ชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากได้แชมป์โลก
สาวน้อยนักสอยคิวมือหนึ่งของโลกเล่าถึงวันที่ก้าวเข้าสู่แชมป์โลกครั้งแรกของเธอ มิงค์ว่า ช่วงเวลาที่เธอซ้อมหนักมากที่สุดคือช่วงสิบปีแรก เพราะเธอต้องซ้อมทุกวัน วันละประมาณ 8-10 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด เรียกได้ว่าชีวิตในแต่ละวันมีแต่คำว่าสนุกเกอร์ กระทั่งถึงวันที่เธอคว้าตำแหน่งแชมป์โลกสนุกเกอร์หญิงอาชีพมาได้เมื่อปี 2022 บางอย่างในชีวิตก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
“หลังจากได้แชมป์โลกอาชีพ หนูก็ไม่ได้มีโค้ชประจำจริงจัง ไปไหนมาไหนก็ต้องเดินทางคนเดียว จัดการตัวเองคนเดียว เหมือนกับว่าการได้แชมป์โลกมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้น แต่ไม่ต้องซ้อมหนักทุกวันเหมือนก่อน จากที่เคยซ้อมแบบไม่มีวันหยุด เดี๋ยวนี้ก็จะซ้อมอาทิตย์ละ 4-5 วัน แต่ก็ยังเข้มข้นเหมือนเดิม”
เธอบอกว่าด้วยความที่การแข่งขันส่วนใหญ่อยู่ที่อังกฤษ ทำให้ตอนนี้เธอใช้ชีวิตด้วยตัวเองที่อังกฤษเป็นหลัก ทั้งการไปซ้อม ไปแข่ง หรือการไปไหนมาไหนก็ต้องจัดการตัวเอง เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงมาก หากมีคนมาเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยดูแล ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอีก
“ทุกวันนี้ การแข่งสนุกเกอร์ของหนูเหมือนกับการไปทำงาน แต่จะมีความหนักหรือยากมากกว่างานทั่วไป เพราะการแข่งขันพลาดแล้วเท่ากับพลาดเลย สมมติว่าหนูมีแข่งรายการนี้ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง หนูต้องเดินทางเพื่อไปเตรียมตัวก่อนประมาณ 2 วัน ซึ่งเวลาของประเทศที่ไป อาจแตกต่างกับที่อังกฤษมาก อย่างออสเตรเลียเวลาเร็วกว่าอังกฤษประมาณ 10 ชั่วโมง ฉะนั้นหนูต้องจัดการตัวเองให้ได้ ถึงจะเจ็ตแล็กแต่ก็ต้องปรับตัว ต้องพร้อมลงแข่งได้เลย เหนื่อยก็ต้องทน แล้วการไปแข่ง เราย่อมต้องตั้งเป้าหมายแล้วว่าเราต้องชนะ ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด เพราะถ้าแพ้ก็คือจบ ไม่มีโอกาสแก้ตัว”
การที่หนูได้แชมป์โลกเรียกได้ว่ามีกระแสตอบรับที่ดี หนูเองก็ดีใจ แต่ว่าในเรื่องของการสนับสนุนนักกีฬายังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ มีแววดีเยอะมาก แต่เขาไปต่อไม่ได้ เพราะขาดการสนับสนุน ตัวหนูเองถ้าไม่มีผู้สนับสนุนก็คงเดินทางมาไม่ได้ไกลขนาดนี้
แชมป์โลกกับวัยเด็กที่หายไป
เรื่องราวหลังจากสาวน้อยนักสอยคิวคว้าตำแหน่งแชมป์โลก เธอว่าแม้ต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักจนชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นดูเหมือนจะหายไป แต่เมื่อถามว่าเคยคิดจะวางมือจากสนุกเกอร์บ้างหรือไม่ มิงค์ว่าช่วงวัยรุ่นอาจเคยเบื่อบ้าง แต่สนุกเกอร์ก็ยังคงเป็นทั้งกีฬาและงานที่เธอรักและยังอยากทุ่มเททำให้ดีที่สุดต่อไป
“หนูอยู่กับสนุกเกอร์มาครึ่งชีวิตแล้ว จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ซึ่งการเล่นสนุกเกอร์ทำให้หนูได้ทั้งชื่อเสียง รายได้ ความมั่นคง รวมถึงสร้างชื่อให้กับประเทศ หนูเป็น ‘มิงค์ สระบุรี’ ได้ทุกวันนี้ก็เพราะสนุกเกอร์
“ถามว่าต้องทุ่มเทหนักมากแค่ไหน หนูก็ต้องดรอปเรียน แต่ถึงจะกลับมาเรียนจนจบปริญญาตรีได้แล้ว แต่ก็เป็นการศึกษานอกโรงเรียน ช่วงอายุ 17-18 ก็มีอารมณ์อยากจะใส่ชุดนักเรียนเป็นเด็ก ม.ปลาย กับเขาบ้างเหมือนกัน เพราะจริง ๆ หนูเป็นคนชอบเรียนหนังสือ ชอบไปโรงเรียน อยากมีเพื่อนเป็นนักเรียนด้วยกันบ้าง เพราะเพื่อนในชีวิตส่วนใหญ่ก็คือเพื่อนนักกีฬา
“แล้วช่วงนั้น ซึ่งหนูก็ว่าหนูซ้อมเต็มที่ ซ้อมหนักมาก แต่ผลงานที่ออกมากลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ทั้งที่เราก็ว่าเราเต็มที่มากแล้ว เลยต้องมานั่งคิดว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ทำไมสิ่งที่เราทำถึงไม่ออกมาอย่างที่ตั้งใจ เลยมีความท้อบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์เรามีเยอะมากขึ้น จากที่เคยเบื่อ เคยท้อ ก็เปลี่ยนมาคิดว่าอะไรที่เราขาดก็ค่อย ๆ เติมเข้าไป”
จุดแข็ง และจุดอ่อนของมิงค์ สระบุรี
มิงค์ยังบอกด้วยว่า จุดแข็งของเธอคือ “ประสบการณ์” เพราะเธอผ่านสนามการแข่งขันมาเยอะมาก ทำให้รู้ว่าต้องรับมือกับความกดดันของตัวเองอย่างไร ส่วนจุดอ่อนก็คือ “ความคิดมาก” ในสนามแข่งขันบ่อยครั้งที่มิงค์รู้สึกประหม่า และคิดว่าตัวเองอาจจะเล่นไม่ได้ แล้วก็เป็นไปอย่างที่เธอคิดจริง ๆ
“ล่าสุดที่หนูไปแข่งที่ประเทศโมร็อกโก เป็นการแข่งที่ต้องเจอกับนักกีฬาจีนที่เขาเพิ่งได้แชมป์โลกไป ณ ตอนนั้นในเรื่องของความแม่นยำ คนอาจมองว่าเราเป็นรองอยู่ แต่ตัวหนูกลับรู้สึกอยากชนะมาก ด้วยความที่มีความต่อเนื่องในเรื่องของการเก็บคะแนนสะสมความเป็นมือหนึ่งของโลก บวกกับว่าเราเพิ่งเจอเขาในรอบชิงแชมป์โลกแล้วเราแพ้เขามา เลยมีความคิดว่าครั้งนี้ชนะได้ก็จะดีมาก แต่พอคิดแบบนั้นกลายเป็นว่ากดดันตัวเองจนเล่นไม่ออก ทำให้คะแนนเขานำหลายเกม จนเราเริ่มถอดใจ แพ้แล้วก็ได้ พอคิดแบบนั้นความกดดันก็หายไป แล้วทำคะแนนไล่กลับมาได้
“ส่วนใหญ่เวลาที่เจอปัญหา วิธีแก้ไขของหนูคือคิดหาเหตุผลว่าปัญหานั้นเกิดจากอะไร ลูกนี้หลุดเพราะส่งคิวช้า โอเค ปล่อยไป ลูกหน้าจำไว้ แล้วก็ไม่แทงแบบนั้นอีก”
สนุกเกอร์ไทย กีฬาที่หลายคนสนใจ แต่ยังขาดการสนับสนุนที่ดี
ผ่านสนามการแข่งขันทั้งในระดับโลกและนานาประเทศมากมายจนเจ้าตัวยังเอ่ยปากว่ารู้สึกเหนื่อยกับการเดินทางเหลือเกิน แต่การเดินทางไปแข่งขันในหลากหลายประเทศ ทำให้มิงค์ได้ออกไปเห็นโลกกว้าง ได้เห็นว่าความนิยม และการยอมรับกีฬาสนุกเกอร์ในประเทศไทยกับต่างประเทศนั้นเป็นอย่างไร
“สำหรับความนิยมกีฬาสนุกเกอร์ในบ้านเรา หนูคิดว่าเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น การที่หนูได้แชมป์โลกเรียกได้ว่ามีกระแสตอบรับที่ดี หนูเองก็ดีใจ แต่ว่าในเรื่องของการสนับสนุนนักกีฬายังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ มีแววดีเยอะมาก แต่เขาไปต่อไม่ได้ เพราะขาดการสนับสนุน ตัวหนูเองถ้าไม่มีผู้สนับสนุนก็คงเดินทางมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ หนูเข้าใจว่ากีฬาสนุกเกอร์มีความยากที่จะเป็นเหมือนฟุตบอล อย่างตอนที่หนูไปแข่งที่อียิปต์ และคว้าแชมป์มาได้ทั้งหมด 5 รายการที่ลงแข่ง ซึ่งมันคือความสุดยอด ต่างชาติพากันโหมข่าวว่าประเทศไทยคว้าแชมป์มาได้หมดทุกรายการ แต่กลับมีข่าวน้อยมากในบ้านเรา มีแต่คนวงในที่รู้ เลยยิ่งทำให้เห็นได้ชัดมากว่า นักกีฬาไทยมีประสิทธิภาพ แต่เรื่องของการสนับสนุนหรือความสนใจยังมีไม่มากพอ
ถามว่าน้อยใจหรือเปล่า หนูเข้าใจค่ะ เข้าใจว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองภาพกีฬาในบ้านเราได้ หนูแค่อยากให้เปิดใจมากกว่า สนุกเกอร์คือกีฬาที่ดี ถ้าเด็ก ๆ ได้มาลองเล่น สิ่งที่เขาจะได้คือ สมาธิ และการวางแผน ไม่ใช่ว่าแค่แทงลูกให้ลงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้”
ส่วนความนิยมในต่างชาติ มิงค์ว่าประเทศที่ทำให้เธอประทับใจคือประเทศจีน เพราะรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนกีฬานี้ดีมาก ทำให้การแข่งขันสูง ส่งผลให้นักกีฬาจีนมีการพัฒนาตัวเองและขึ้นมาเป็นนักกีฬาระดับท็อปของโลก
ถึงแม้สนุกเกอร์จะได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ แต่สำหรับการแข่งขันสนุกเกอร์หญิง มิงค์เล่าว่า ยังคงได้รับความนิยมน้อยไม่ต่างกัน ในแวดวงนักสนุกเกอร์หญิงทั่วโลกก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก
“คนส่วนใหญ่จะรู้สึกแปลกใจว่าผู้หญิงเล่นสนุกเกอร์ได้ด้วยเหรอ ดังนั้นนักกีฬาสนุกเกอร์หญิงส่วนใหญ่จะพยายามช่วยกันทำให้ทุกคนหันมาสนใจ และรับรู้กันมากขึ้นว่าผู้หญิงก็เล่นสนุกเกอร์ได้ ด้วยความที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ทำให้สัดส่วนเงินรางวัลของสนุกเกอร์ชายกับหญิงมีความต่างกันมาก เงินรางวัลของแชมป์โลกสนุกเกอร์หญิงได้แค่เพียงหลักแสนบาท ในขณะที่แชมป์โลกสนุกเกอร์ชายได้เป็นหลักสิบล้านบาท
ด้วยความที่อยากจะทำให้สนุกเกอร์หญิงได้รับความสนใจมากขึ้น การแข่งขันสนุกเกอร์จึงเปิดให้นักกีฬาผู้หญิงสามารถแข่งขันสนุกเกอร์ในรายการของผู้ชายได้ด้วย”
ตำแหน่งแชมป์โลกชาย คือความฝันอันสูงสุดของมิงค์ สระบุรี
ไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นรายชื่อของมิงค์ สระบุรี ปรากฏอยู่ในรายการแข่งขันสนุกเกอร์ชาย ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในเส้นทางของการแข่งขันสนุกเกอร์ของเธอก็คือ การได้แชมป์โลกอาชีพสนุกเกอร์ชาย
“ณ ตอนนี้ถึงหนูจะได้ทั้งแชมป์โลก และได้เป็นมือวางอันดับหนึ่งของโลก แต่หนูยังรู้สึกว่าหนูประสบความสำเร็จแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น การเล่นสนุกเกอร์ไม่มีการกำหนดอายุ ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถเล่นได้ ถ้ายังไหวอยู่ หนูเลยไม่เคยคิดว่าจะเลิกเล่นตอนไหน คงจะเล่นต่อไปเรื่อย ๆ ถามว่ายากไหมกับโอกาสที่จะได้แชมป์โลกผู้ชาย ยากค่ะ ยากมาก ขนาดนักสนุกเกอร์ชายบ้านเราก็ยังไม่มีใครทำได้ แค่ผ่านเข้ารอบ 16 คนก็ยังยากมาก แต่หนูจะลองพยายามทำให้ดีที่สุด ถือว่าเป็นความฝันที่สูงมาก ๆ ซึ่งตอนนี้เป้าหมายระยะสั้นคงต้องมองไปที่แชมป์โลกหญิง 2-3 สมัย และรักษาตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่งของโลกไว้ให้นานที่สุด”
ก่อนจะได้เวลาให้สาวน้อยนักสอยคิวได้กลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางกลับไปแข่งขันที่ประเทศอังกฤษ มิงค์ฝากทิ้งท้ายอยากว่าให้ทุกคนเปิดใจให้กีฬาสนุกเกอร์กันมาก ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีคนสนใจหันมาเล่นกันมากขึ้น แต่เรื่องภาพลักษณ์ของสนุกเกอร์ก็ยังไม่ค่อยดีนัก
“โต๊ะสนุกเกอร์ไทยตอนนี้เปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ พ่อแม่สามารถพาลูก ๆ มาเล่นได้เลย หลาย ๆ โต๊ะห้ามสูบบุหรี่ ทุกคนตั้งใจมาเล่นเพื่อความสนุกสนาน หลายปีมานี้ จะเห็นว่ามีเด็ก ๆ เริ่มมาเล่นกันเยอะมากขึ้น ถึงจะไม่ได้เล่นเป็นนักกีฬาจริงจัง แต่สนุกเกอร์ก็ช่วยฝึกทักษะที่มีประโยชน์ได้ค่ะ”
ภาพ : ธเนศ งามสม, Facebook : Nutcharut Wongharuthai