โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากชีวิตติดผ่อนสู่ ‘ชีวิตติดหนี้’! ชอปปิงอย่างไรไม่ให้ติดกับดัก Buy Now Pay Later?

Mission To The Moon

เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

เตือนคนยุคใหม่ Millennial และ Gen Z อาจกำลังติดกับดักหนี้เสียไม่รู้ตัว!
.
แม้เศรษฐกิจจะกำลังย่ำแย่ และคนส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงรายได้ต่ำ ทำให้หลายคนรัดเข็มขัดตัวเองด้วยการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะกลุ่ม Millennial และ Gen Z อาจกำลังสร้างหนี้เสียอยู่
.
ปัจจุบันการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์พัฒนาเทคโนโลยีจนสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้บริการได้ และเพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่ง หลายแอปก็พัฒนารูปแบบ โพรโมชัน รวมถึงการให้ ‘สินเชื่อ’ แก่ผู้กู้หรือผู้ใช้บริการ เพื่อให้ชอปปิงได้อย่างสะดวกสบาย
.
โดยรูปแบบสินเชื่อการผ่อนชำระที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ก็คือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later หรือการชอปปิงโดยที่ผู้ซื้อสามารถผ่อนจ่ายโดยไม่เสียดอกเบี้ยนั่นเอง ซึ่งทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคที่เรียกย่อๆ ว่า BNPL นั่นเอง
.
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนเหล่านักชอปปิงเกี่ยวกับเทรนด์การชอปปิงยุคใหม่นี้ และมองว่าเทรนด์ BNPL อาจสร้างนิสัยการใช้เงินที่เป็นโทษกับตัวผู้บริโภคเสียเอง
.
.
ผลสำรวจชี้! คนกลุ่ม Millennial และ Gen Z ใช้บริการ Buy Now Pay Later สูงที่สุด
.
การผ่อนชำระแบบ Buy Now Pay Later สามารถดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต หรือยื่นเอกสารให้ยุ่งยาก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ซื้อยังผ่อนชำระค่าสินค้าและบริการได้โดยไม่มีดอกเบี้ย ด้วยเหตุนี้ แม้แต่คนที่เพิ่งมีรายได้ หรือมีรายได้แต่ไม่สูงมากอย่างกลุ่มเจน Z และ Millennial ก็สามารถซื้อสินค้าราคาสูงแล้วผ่อนเอาทีหลังได้
.
จากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เผยแพร่ในปี 2023 ได้ทำการสำรวจแนวโน้มพฤติกรรมการใช้เงินแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอายุตั้งแต่ระหว่าง 15 – 55 ปี ทั้งสิ้น 2,945 คน พบว่า
.
[ ] สัดส่วนผู้ใช้บริการ BNPL ส่วนใหญ่เป็นประชากรกลุ่ม Millennial ที่มีอายุตั้งแต่ 28-45 ปี คิดเป็น 60.1%
[ ] สัดส่วนผู้ใช้บริการ BNPL กลุ่มรองลงมาคือเจน Z ที่มีอายุตั้งแต่ 15-27 ปี คิดเป็น 26.4%
[ ] สัดส่วนผู้ใช้บริการ BNPL ที่น้อยที่สุดคือเจน X ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 46-55 ปี คิดเป็น 13.5%
.
โดยส่วนใหญ่ กลุ่มเจน Z และ Millennial ชาวไทยมักจะใช้บริการ BNPL กับสินค้าประเภทเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ ซึ่งแตกต่างกับคนเจเนอเรชันเดียวกันในสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในบทความข่าวของ CNBC ว่ากลุ่มเจน Z และ Millennial ชาวสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ใช้บริการ BNPL ไปกับการเดินทาง ค่าตั๋ว หรือค่าโรงแรม
.
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานฉบับนี้ยังระบุว่าเกือบครึ่งของผู้ใช้บริการ BNPL หรือประมาณ 49.4% มีภาระหนี้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นหนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และมีดอกเบี้ยสูงทำให้ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการชำระหนี้มากอยู่แล้ว แม้ว่าวงเงินที่ได้จากสินเชื่อ BNPL จะไม่สูงมาก และไม่คิดดอกเบี้ยก็ตาม แต่ถ้าผู้ซื้อไม่ชำระเงินตามเงื่อนไข หรือผิดนัดชำระก็อาจจะก่อให้เกิดหนี้ติดตัวเพิ่มขึ้นอีกก็ได้
.
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัวของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Millennial และเจน Z ที่มักจะใช้เงินไปกับสินค้าที่ไม่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รางวัลตัวเอง มากกว่าที่จะนำเงินนั้นเก็บออมและลงทุน
.
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ให้ความเห็นว่านี่อาจเป็นกับดักของ BNPL ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคมีหนี้สินติดตัวเพิ่มขึ้น และถ้าผู้บริโภคขาดวินัยในการจ่ายชำระก็จะยิ่งส่งผลเสียตามมาได้
.
.
วางแผนอย่างไรไม่ให้ติดกับดัก Buy Now Pay Later?
.
บริการ BNPL เหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการซื้อสินค้า แต่ไม่อยากจ่ายเงินก้อนใหญ่ทันที เช่น ของจำเป็นอย่างโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ทำงาน แล็ปท็อป หรือจะเลือกใช้จ่ายไปกับการเดินทางและการพักผ่อนเหมือนกับชาวสหรัฐฯ ก็ถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการโดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่มีรายได้ไม่สูงมาก และอาจจะมีหนี้สินติดตัวอยู่แล้วจำเป็นที่จะต้องวางแผนการชอปปิงและการชำระสินเชื่อตามกฎหมดอย่างรัดกุม
.
โดยวันนี้เราได้นำเทคนิควางแผนการใช้เงินแบบง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราไม่ติดกับดัก BNPL จาก Revive Financial ซึ่งเป็นสถาบันที่ปรึกษาด้านการเงินในออสเตรเลียมาฝากทุกคน
.
[ ] ยึดแค่หนึ่งบัญชีเท่านั้น
.
บริษัทผู้ให้บริการ BNPL มีหลายเจ้ามาก แต่ที่คนไทยคุ้นเคยดีก็คงเป็นแอปซื้อขายออนไลน์ที่เราใช้งานกันบ่อยๆ อย่าง SPayLater ของ Shopee หรือสินเชื่อวงเงินต่ำจากธนาคารต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการ BNPL ควรยึดเพียงแค่บัญชีเดียวเท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และเห็นจำนวนหนี้ที่เราต้องชำระในแต่ละเดือนได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น
.
[ ] ทำงบประมาณ
.
สำรวจรายได้ รายจ่ายในแต่ละเดือนของตัวเอง และตั้งงบประมาณที่เราสามารถใช้สินเชื่อ BNPL ชำระสินค้าและบริการ การทำงบประมาณในแต่ละเดือนจะทำให้เราเห็นความสามารถในการชำระหนี้ และตั้งเพดานเงินที่สามารถ ‘ยืม’ ล่วงหน้าได้
.
[ ] อย่าพลาดการชำระคืน
.
แม้ว่าบริการ BNPL จะให้สินเชื่อเป็นวงเงินค่อนข้างต่ำ และไม่คิดดอกเบี้ยในการจ่ายชำระ แต่ถ้าผู้ซื้อผัดนัดชำระก็อาจจะต้องจ่ายค่าปรับในราคาสูง และเสียเครดิตได้
.
[ ] อย่าใช้จ่ายมากเกินไป
.
เทรนด์ BNPL เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเกินตัว โดยให้เราซื้อสินค้าหรือบริการได้ก่อน และจ่ายเงินทีหลัง อีกทั้งยังแบ่งชำระเป็นงวดๆ ได้ ทำให้เรามักจะซื้ออย่างหุนหันพลันแล่น คิดว่าค่อยทยอยจ่ายก็ได้ แต่กลายเป็นว่าสร้างภาระค่าใช้จ่ายมาผูกมัดตัวเองในภายหลัง
.
[ ] อย่าเชื่อมต่อกับบัตรเครดิต
.
แม้ว่าบริการ BNPL จะให้ผ่อนชำระโดยปราศจากดอกเบี้ย แต่การเชื่อมต่อกับบัตรเครดิตเพื่อให้ชำระอัตโนมัติอาจทำให้เราถูกคิดดอกเบี้ยโดยไม่รู้ตัวได้ ถ้าบริษัทเปลี่ยนเงื่อนไขขึ้นมา ดังนั้นเพื่อไม่ต้องเสี่ยงจ่ายดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น ควรตั้งเตือนการชำระ หรือไม่ก็เชื่อมต่อกับบัตรเดบิตแทนจะดีกว่า
.
[ ] ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนใช้บริการ BNPL
.
เนื่องจากบริการ BNPL เป็นสินเชื่อที่สมัครง่าย อนุมัติไว ทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่เปิดใช้บริการโดยที่ไม่ศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน ดังนั้นถ้าเราอยากใช้บริการ BNPL ก็ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี เช่น กำหนดชำระ วงเงินที่สามารถใช้ได้ หรืออัตราค่าปรับในกรณีที่เราผิดชำระ
.
.
ในปัจจุบัน บริการ BNPL ที่ให้ผู้บริโภคสามารถ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” แถมยังผ่อนชำระโดยไม่มีดอกเบี้ยอาจเป็นทางออกทางการเงินที่ดีสำหรับผู้บริโภคบางคนที่มีรายได้น้อย แต่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูงในเวลาที่ต้องการได้
.
แต่ในขณะเดียวกัน การใช้สินเชื่อในรูปแบบต่างๆ ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินได้เหมือนกัน ดังนั้นเราในฐานะผู้บริโภคก็จะต้องศึกษาข้อมูลหรือรายละเอียดให้ดี และวางแผนการใช้จ่ายของตัวเองอย่างระมัดระวัง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เหล่านักชอปปิงไม่ติดกับดักของ Buy Now Pay Later อีก
.
.
อ้างอิง
- ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later): เทรนด์ในการเข้าถึงสินเชื่อยุคใหม่: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) - https://bit.ly/3GFyl5k
- More travelers are using ‘buy now, pay later’ plans to pay for trips — especially Gen Zs: Monica Pitrelli, CNBC - https://bit.ly/4jWE99g
- Buy Now Pay Later Dos and Don’ts: Revive Financial - https://bit.ly/433RvKX
.
.
#BNPL
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...