โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซ้ำเติมผู้เสียหาย’ การทำงานที่ไร้จรรยาบรรณของสื่อ อีกหนึ่งบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม ที่สื่อมวลชนไทยบางส่วนไม่เคย (ยอม) เรียนรู้เสียที

Mirror Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 09.27 น.
ภาพไฮไลต์

“อยากได้ข่าวจนลืมความเป็นมนุษย์”

“ขอประณามการกระทำของนักข่าวที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น”

“จะผ่านไปกี่ปี นักข่าวก็สักแต่อยากเอาข่าวโดยไม่สนความรู้สึกของคนที่สูญเสีย จรรยาบรรณอยู่ตรงไหน”

ฯลฯ

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากคือ‘การทำงานของสื่อมวลชน’ เนื่องจากสำนักข่าวบางส่วนยังคงเลือกสัมภาษณ์แหล่งข่าว ‘ผู้ประสบภัย’ ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเพิ่งเผชิญสถานการณ์เลวร้ายและกระทบจิตใจอย่างตึกถล่มมาได้ไม่นาน

โดยกรณีหนึ่ง ผู้ประสบภัยเป็นแรงงานก่อสร้างสัญชาติอื่น ทำให้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างชำนาญ แต่นักข่าวกลับจ่อไมค์สอบถามด้วยคำถามเดิมซ้ำๆ ว่า “ครอบครัวเรา มีใครติดอยู่ในนั้นไหม” ในขณะที่ผู้ประสบภัยกำลังร้องไห้และสะอื้น จนได้ทราบว่า ภรรยาของเขายังติดอยู่ภายในอาคารที่ถล่มลงมา

ไม่เพียงเท่านั้น นักข่าวยังคงซักถามอย่างต่อเนื่องด้วยคำถามอื่น เช่น ภรรยาทำงานอยู่ชั้นไหน หรือเมื่อกี้โทรหาใคร ทำให้ผู้ประสบภัยตัดสินใจเดินออกจากพื้นที่บริเวณนั้น เพื่อหลบหลีกการสัมภาษณ์ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงตั้งคำถามว่า การทำงานเช่นนี้เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณสื่อหรือไม่?

ทว่า กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อมวลชนทำงานในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะเหตุกราดยิงโคราช เมื่อปี 2563 เหตุกราดยิงหนองบัวลำภู เมื่อปี 2565 รวมถึงบรรดาข่าวสัมภาษณ์ญาติผู้สูญเสียในคดีอาชญากรรม และอุบัติเหตุต่างๆ ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นนี้คือบทเรียนที่สื่อไทยหลายๆ สำนักจำเป็นต้องเรียนรู้

ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 หมวด 2 หลักจริยธรรมทั่วไป ข้อ 9 ระบุว่า “สื่อมวลชนพึงเสนอข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น และเนื้อหาทั่วไป โดยตระหนักถึงความสำคัญและอรรถประโยชน์ของข่าวต่อสาธารณะ และไม่เสนอข่าวในทำนองชวนเชื่อหรือเร้าอารมณ์ให้คนสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อบังคับที่ 15 ในหมวดเดียวกัน ยังกำหนดว่า “สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลักสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง และผู้มีความหลากหลายด้านอัตลักษณ์ในสังคม รวมทั้งต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่บุคคลและครอบครัวของผู้ตกเป็นข่าว

จึงกล่าวได้ว่า การสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยด้วยลักษณะข้างต้น ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่มครั้งล่าสุดนั้นถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน ข้อ 15 เนื่องจากไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยซ้ำเติมความทุกข์ของผู้เสียหาย ขณะที่ครอบครัวของเขายังตกอยู่ในสภาวะอันตราย

อีกทั้ง การนำเสนอข่าวรูปแบบนี้ยังเป็นการเร้าอารมณ์ให้คนสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันขัดต่อข้อบังคับที่ 9 เพราะในสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผู้คนกำลังตื่นตระหนก และต้องการความช่วยเหลือ สื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวสารเรื่องวิธีการรับมือภัยพิบัติ ประกาศมาตรการล่าสุดของภาครัฐ รายงานความเป็นไปได้ของ Aftershock หรือแม้แต่การเผยแพร่ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ มิใช่การสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยด้วยคำถามส่วนตัวที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งอาจส่งผลให้แหล่งข่าวรู้สึกแย่ เครียด และกังวลมากขึ้นกว่าเดิม

ในยุคปัจจุบัน จำนวน Engagement หรือการมีส่วนร่วม กลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของสื่อออนไลน์ เพราะเป็นผลลัพธ์เชิงปริมาณที่เห็นได้ชัดเจน ทำให้นักข่าวบางส่วนหันไปสร้างผลงานที่ดึงดูดความสนใจได้ง่ายกว่า อย่างเนื้อหาที่มุ่งนำเสนออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ความกลัว ความโกรธ ความเศร้า หรือความสงสาร จนหลงลืมไปว่า ความจริงแล้ว ประเด็นใดคือข่าวสารสำคัญที่สื่อมวลชนควรรายงานสู่ประชาชน

หากจุดประสงค์ของการนำเสนอข่าวนี้คือ การรายงานให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ตึกถล่ม และจำนวนผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลือ สื่อมวลชนควรสื่อสารด้วยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และหลีกเลี่ยงการทำงานที่สร้างผลกระทบต่อจิตใจของผู้เสียหาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรมดังที่ควรจะเป็น

อ้างอิง

https://www.presscouncil.or.th/rule/6126

https://x.com/TifFaNy_9member/status/1905573741272195088

https://www.facebook.com/MorningNewsTV3/videos/1011655127567453/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...