‘ซ้ำเติมผู้เสียหาย’ การทำงานที่ไร้จรรยาบรรณของสื่อ อีกหนึ่งบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม ที่สื่อมวลชนไทยบางส่วนไม่เคย (ยอม) เรียนรู้เสียที
“อยากได้ข่าวจนลืมความเป็นมนุษย์”
“ขอประณามการกระทำของนักข่าวที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น”
“จะผ่านไปกี่ปี นักข่าวก็สักแต่อยากเอาข่าวโดยไม่สนความรู้สึกของคนที่สูญเสีย จรรยาบรรณอยู่ตรงไหน”
ฯลฯ
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากคือ‘การทำงานของสื่อมวลชน’ เนื่องจากสำนักข่าวบางส่วนยังคงเลือกสัมภาษณ์แหล่งข่าว ‘ผู้ประสบภัย’ ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเพิ่งเผชิญสถานการณ์เลวร้ายและกระทบจิตใจอย่างตึกถล่มมาได้ไม่นาน
โดยกรณีหนึ่ง ผู้ประสบภัยเป็นแรงงานก่อสร้างสัญชาติอื่น ทำให้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างชำนาญ แต่นักข่าวกลับจ่อไมค์สอบถามด้วยคำถามเดิมซ้ำๆ ว่า “ครอบครัวเรา มีใครติดอยู่ในนั้นไหม” ในขณะที่ผู้ประสบภัยกำลังร้องไห้และสะอื้น จนได้ทราบว่า ภรรยาของเขายังติดอยู่ภายในอาคารที่ถล่มลงมา
ไม่เพียงเท่านั้น นักข่าวยังคงซักถามอย่างต่อเนื่องด้วยคำถามอื่น เช่น ภรรยาทำงานอยู่ชั้นไหน หรือเมื่อกี้โทรหาใคร ทำให้ผู้ประสบภัยตัดสินใจเดินออกจากพื้นที่บริเวณนั้น เพื่อหลบหลีกการสัมภาษณ์ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงตั้งคำถามว่า การทำงานเช่นนี้เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณสื่อหรือไม่?
ทว่า กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อมวลชนทำงานในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะเหตุกราดยิงโคราช เมื่อปี 2563 เหตุกราดยิงหนองบัวลำภู เมื่อปี 2565 รวมถึงบรรดาข่าวสัมภาษณ์ญาติผู้สูญเสียในคดีอาชญากรรม และอุบัติเหตุต่างๆ ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นนี้คือบทเรียนที่สื่อไทยหลายๆ สำนักจำเป็นต้องเรียนรู้
ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 หมวด 2 หลักจริยธรรมทั่วไป ข้อ 9 ระบุว่า “สื่อมวลชนพึงเสนอข่าว เนื้อหาข่าว การแสดงความคิดเห็น และเนื้อหาทั่วไป โดยตระหนักถึงความสำคัญและอรรถประโยชน์ของข่าวต่อสาธารณะ และไม่เสนอข่าวในทำนองชวนเชื่อหรือเร้าอารมณ์ให้คนสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ”
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อบังคับที่ 15 ในหมวดเดียวกัน ยังกำหนดว่า “สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และหลักสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อเด็ก เยาวชน กลุ่มเปราะบาง และผู้มีความหลากหลายด้านอัตลักษณ์ในสังคม รวมทั้งต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่บุคคลและครอบครัวของผู้ตกเป็นข่าว”
จึงกล่าวได้ว่า การสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยด้วยลักษณะข้างต้น ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่มครั้งล่าสุดนั้นถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน ข้อ 15 เนื่องจากไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยซ้ำเติมความทุกข์ของผู้เสียหาย ขณะที่ครอบครัวของเขายังตกอยู่ในสภาวะอันตราย
อีกทั้ง การนำเสนอข่าวรูปแบบนี้ยังเป็นการเร้าอารมณ์ให้คนสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันขัดต่อข้อบังคับที่ 9 เพราะในสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผู้คนกำลังตื่นตระหนก และต้องการความช่วยเหลือ สื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวสารเรื่องวิธีการรับมือภัยพิบัติ ประกาศมาตรการล่าสุดของภาครัฐ รายงานความเป็นไปได้ของ Aftershock หรือแม้แต่การเผยแพร่ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ มิใช่การสัมภาษณ์ผู้ประสบภัยด้วยคำถามส่วนตัวที่น่าสะเทือนใจ ซึ่งอาจส่งผลให้แหล่งข่าวรู้สึกแย่ เครียด และกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
ในยุคปัจจุบัน จำนวน Engagement หรือการมีส่วนร่วม กลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของสื่อออนไลน์ เพราะเป็นผลลัพธ์เชิงปริมาณที่เห็นได้ชัดเจน ทำให้นักข่าวบางส่วนหันไปสร้างผลงานที่ดึงดูดความสนใจได้ง่ายกว่า อย่างเนื้อหาที่มุ่งนำเสนออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ความกลัว ความโกรธ ความเศร้า หรือความสงสาร จนหลงลืมไปว่า ความจริงแล้ว ประเด็นใดคือข่าวสารสำคัญที่สื่อมวลชนควรรายงานสู่ประชาชน
หากจุดประสงค์ของการนำเสนอข่าวนี้คือ การรายงานให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ตึกถล่ม และจำนวนผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลือ สื่อมวลชนควรสื่อสารด้วยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และหลีกเลี่ยงการทำงานที่สร้างผลกระทบต่อจิตใจของผู้เสียหาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรมดังที่ควรจะเป็น
อ้างอิง
https://www.presscouncil.or.th/rule/6126
https://x.com/TifFaNy_9member/status/1905573741272195088
https://www.facebook.com/MorningNewsTV3/videos/1011655127567453/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘ซ้ำเติมผู้เสียหาย’ การทำงานที่ไร้จรรยาบรรณของสื่อ อีกหนึ่งบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่ม ที่สื่อมวลชนไทยบางส่วนไม่เคย (ยอม) เรียนรู้เสียที
- ‘ไฟไหม้ป่าภาคเหนือ’ ปัญหาเรื้อรังที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะมีชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นเดิมพัน หลายพื้นที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน WHO
- ‘ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา’ ถูกวิจารณ์การแต่งตัวโชว์ท้อง กับภาพการ Body Shaming ‘คนท้อง’ ที่มีอยู่จริง และเยอะด้วย เมื่อหลายคนยังไม่เข้าใจสิทธิ์ในร่างกาย
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com