ITC หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยงปันผลดี ปี 68-69 คาดผลตอบแทนสูง 6%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอ ITC หรือ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของ บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทูน่าแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย ITC ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทแมวและสุนัขทั้งผลิตภัณฑ์ระดับทั่วไปจนถึงพรีเมียม
ITC มีรูปแบบการจำหน่ายสินค้าส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับลูกค้ามากกว่า 520 ราย ใน 50 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงของตนเองที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตาอย่าง Bellotta, Marvo, ChangeTer, Calico Bay และ Paramount
โดย ITC มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ตามงบการเงินรวม ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนสุทธิหลังจากการหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยการจ่ายเงินปันผล จะขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน เงื่อนไขและข้อจำกัด
ล่าสุด ITC ได้ประกาศงบการเงินปี 2567 โดยมีกำไรสุทธิ 3,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 57.7% จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ก.พ. นี้ และจะจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 เม.ย. 68
ทั้งนี้ ในที่ผ่านมา ITC ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.40 บาท ดังนั้นเมื่อรวมกับปันผลล่าสุดที่ 0.75 บาท ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2567 บริษัทจะจ่ายปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 1.15 บาท คิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio) เทียบกับกำไรสุทธิสูงถึง 95.9%
ขณะที่แนวโน้มการจ่ายปันผลในปี 2568-2569 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า ITC จะจ่ายปันผลปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.01 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 6% และปี 2569 คาดจะจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 1.07 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.4%
ส่วนทิศทางการดำเนินงาน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/68 จะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และทรงตัวจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้คาดจะทรงตัวจากไตรมาส 4/67 ได้ แม้เป็นช่วง Low season แต่คาดจะถูกกดดันจากอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น ตามกฎ Global Minimum Tax
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์อยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการปี 2568 และราคาเหมาะสมใหม่ เบื้องต้นอาจจะปรับกำไรปกติลงราว 10 –15% เพื่อสะท้อน SG&A/Sales ที่สูงขึ้น และอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น แต่เบื้องต้นราคาหุ้นปรับลงมามาก ซื้อขายบน PER ปี 2568 เพียง 14 เท่า เทียบกับอุตสาหกรรมที่ราว 15-20 เท่า จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2568 โต 13-15% จากปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 27% (ต่ำกว่า 27.7% ในปี 2567) แต่สูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิเคราะห์ที่ทำไว้ 25% และกำหนด SG&A to sale สูงขึ้นเป็น 9-10% (เทียบกับ 9.2% ในปี 2567) สูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิเคราะห์ที่ใช้อยู่ 8.3%
ระยะสั้นไตรมาส 1/68 ปัจจุบันมีออเดอร์ล่วงหน้าครอบคลุม 90% ของเป้ารายได้ที่ระดับ 4.7 พันล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาส 4/67 และโต 16-17% จากไตรมาส 1/67 และจะเริ่มรับรู้อัตราภาษี GMT ที่สูงขึ้นเป็น 7-8.5% ตั้งแต่ไตรมาส 1/68 เป็นต้นไป (สูงขึ้นจาก 3.5% ในปี 2567) ซึ่งต่ำกว่าสมมติฐานที่ฝ่ายวิเคราะห์ใช้ที่ 15% เบื้องต้นอาจปรับกำไรปี 2568 ขึ้นเป็น 3.6 พันล้านบาท ทรงตัวจากปี 2567 จากเดิมคาด -6% พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 23 บาท