โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุยกับทายาทรุ่น 3 พัดลม Hatari รีแบรนด์ให้เข้าถึง Gen Z อย่างไร ในวันที่ลมแห่งยุคสมัยพัดแรง

TODAY Bizview

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 06.58 น. • workpointTODAY

ถ้าพูดถึงหนึ่งในแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย มีกันแทบทุกบ้าน จะคุ้นชื่อ ‘พัดลม Hatari’ แบรนด์พัดลมที่มีอายุยาวนานมา 35 ปี ขึ้นชื่อเรื่องความคงทน ลมแรง หลายบ้านใช้พัดลมตัวเดิมมาเป็น 10 ปี เพราะยัง ‘ไม่พัง’

แน่นอนว่าจุดแข็งหลักๆ ของแบรนด์คือความ ‘คงทน’ ทำให้มีฐานลูกค้าหลากรุ่น นั่นทำให้ Hatari ยังคงส่วนแบ่งการตลาดไว้ในสัดส่วนที่สูง

แต่ทว่าหลายอย่างก็เปลี่ยนไป ยุคสมัยที่มีหลายอย่างมาเพิ่มทางเลือก ก็กลายเป็นแรงลมมวลใหญ่ที่เข้ามาปะทะและท้าทายธุรกิจของ Hatari ไม่ว่าจะทั้งไลฟ์สไตล์ผู้คนเปลี่ยน แบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น แบรนด์ต่างประเทศเข้ามา ไปจนถึง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และมาถึงจุดที่ผู้คน เลือกซื้อพัดลมโดยที่ไม่ได้สนแค่ความทนทานอีกต่อไป แต่ให้ความสนใจเรื่องดีไซน์มากขึ้น

นำมาสู่การแข่งขันที่สูงขึ้นตาม และวันนี้ Hatari ที่เดินทางมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 วางแผนรับกระแสลมนี้อย่างไรบ้าง

TODAY Bizview ได้พูดคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 ของ Hatari ‘ชัญญา พานิชตระกูล’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานขายและการตลาด และ ‘ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการวิจัยและพัฒนา บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ถึงเส้นทางการรีแบรนด์ และเป้าหมายในอนาคต

[ รีแบรนด์ใหม่เปลี่ยนดีไซน์มาแล้วกว่า 50 SKU แต่ยังคงจุดแข็งความทนทาน ]

ปัจจุบัน Hatari ปรับเปลี่ยนดีไซน์พัดลมใหม่ไปแล้วกว่า 50 SKU (จาก 70 SKUที่มี) แต่อยู่ในช่วงค่อยๆ ปล่อย โดยดีไซน์จะดูมินิมอลขึ้น เรียบๆ ขึ้น เช่น ฐานพัดลมทำเป็นกรอบมนสีเหลี่ยม สีสันมาในสีมินิมอลมากขึ้น เข้ากับสไตล์ห้องของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความมินิมอลเรียบๆ แต่ภาพจำก็ยังดูแล้วรู้ว่านี่คือแบรนด์ Hatari อยู่ ที่สำคัญยังคงพัฒนามอเตอร์ให้ดีขึ้น คงจุดแข็งความทนทานไว้ลูกค้า

ตั้งแต่รีแบรนด์มาผู้คนมอง Hatari เปลี่ยนแปลงไปยังไง?

‘ชัญญา พานิชตระกูล’ เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาคนอาจจะโตมากับการรู้จัก Hatari แต่เด็กสมัยใหม่ เช่น Gen Z เดี๋ยวนี้ต้องการจะไปซื้อพัดลมสักตัว เปิดมือถือมาก็สามารถเสิร์ชได้แล้ว ทำให้เขาอาจจะรู้จักมาร์เก็ตเพลส แต่อาจจะไม่ได้รู้จักเรา เพราะฉะนั้นการที่เรามาปรับเปลี่ยนรีแบรนด์ ก็จะทำให้เราอยู่ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น รวมถึงผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว รู้สึกถึงความเปลี่ยนของเรา ว่าแบรนด์ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ หน้าตา เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

เราไม่ได้แค่อยากให้พัดลมดีไซน์สวยขึ้น ไม่ได้แค่เอาพัดลมรุ่นเก่ามาเปลี่ยนให้เป็นสีขาว แต่ในการรีดีไซน์ก็ยังต้องทำ DNA ให้ดูเป็น Hatari ใช้เวลาพัฒนาอยู่หลักปี ออกแบบพัดลมทุกประเภทให้เห็นแล้วรู้ว่านี่แบรนด์ โดยที่เราไม่ต้องแปะโลโก และต้องทำให้สินค้าออกมาดี ให้ผู้บริโภคได้ใช้ของดีจริงๆ ซึ่งฟีดแบ็คจากคนรุ่นใหม่ก็ดีมากๆ จากที่เคยทำผลสำรวจในปี 2023 Hatari ไม่ได้อยู่ในการรับรู้ Top 5 ของ Gen Z แต่ในปี 2024 แบรนด์ติด Top 3 ในใจ Gen Z

นอกจากนี้ ในตัวดีไซน์พัดลมเก่าๆ ที่คน Gen ก่อนหน้าและกลุ่มคนต่างจังหวัดที่คุ้นเคยกับดีไซน์เก่า ด้าน ‘ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล’เล่าให้ฟังว่า ผู้บริโภคมี Gap ในความชอบ เรารับรู้ถึงกลุ่มลูกค้าตรงนั้น เลยจะออกพัดลม 2 รุ่นที่เป็นดีไซน์คลาสสิค พัฒนาออกมาให้เป็นอีกขั้นนึง ไม่ทิ้งทุกกลุ่มลูกค้า

ในส่วนของความแข็งแรงที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ทุกปีใช้ของดีขึ้น มอเตอร์ต้องดีขึ้น ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีของแบรนด์อยู่แล้ว โปรดักส์ในปีนี้ทำมอเตอร์ที่ดีขึ้น ไปออกแบบกับอาจารย์ที่เยอรมนีออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นให้มอเตอร์แรงขึ้น แต่ประหยัดไฟมากขึ้น

[ เทรนด์ Customization มาแรง ผู้บริโภคชอบปรับให้เปลี่ยนตัวเอง ]

เทรนด์ต่อไปที่เราได้เห็นในกลุ่มผู้บริโภคคือ Customization เราก็อยู่ในช่วงศึกษาสำหรับพัดลมตัวเล็ก ผู้บริโภคชอบอะไรที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นของตัวเอง เราก็เริ่มทำสติ๊กเกอร์หรือสายคล้องพัดลมตัวเล็ก และยังคอลแลปกับอาร์ตอย่างมอลลี่ไป

นอกจากนี้ แบรนด์ยังจัดนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ “500 Cubic Meters of Wind: The Art and Power of Design” ชวนสำรวจความสัมพันธ์ของการออกแบบเชิงฟังก์ชันและอารมณ์ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ในงาน Bangkok Design Week 2025 ขยายฐานการรับรู้ถึงแบรนด์อีกด้วย

ซึ่งก็เป็นการจัดปีที่ 2 แล้ว โดยที่กระแสตอบรับในปีแรกมีคนเข้าชมนิทรรศการพัดลมเฉลี่ย 500-700 คนต่อวัน

[ รีแบรนด์ต้องใช้เงิน และเป็นสิ่งใหมในการทำธุรกิจ แต่มีครอบครัวไว้ใจและสนับสนุน ]

ด้วยโปรเจกต์ทั้งหมดยังเป็นอะไรที่ท้าทายและดูใหม่อยู่มาก ทายาทรุ่น 3 ยังบอกอีกว่า ด้วยความที่แบรนด์เป็นธุรกิจครอบครัว พวกเขาถือว่า ‘โชคดี’ ที่พ่อแม่เข้าใจ แม้จะไม่ 100% ในสิ่งที่เราทำ อาจจะไม่เคยได้ยินสิ่งที่เราจะทำมาก่อน เพราะยังเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในประเทศไทย การรีแบรนด์ รีดีไซน์ ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ไว้วางใจในตัวพวกเรามากๆ ต้องขอบคุณที่บ้านที่เปิดใจให้กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ของพวกเรา

สำหรับปีนี้ Hatari ก็จะออกโปรดักส์ใหม่ๆ ตลอดทั้งปี รวมถึงและมีกิจกรรมเยอะขึ้น คาดการณ์ว่ารายได้อาจจะเติบโตราวๆ 10% ซึ่งโตกว่าตลาดพัดลมที่อยู่ 5-7% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...