โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พื้นที่อีสานเมื่อเกือบ 150 ปีก่อน เมืองไหนสังกัด “มณฑลลาว” อะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 02.12 น.
กรมหลวงประจักษ์ฯ เคลื่อนกำลังจากหนองคายมาสร้างเมืองอุดรธานี ภาพสีน้ำมันฝีมือครูสุนทร พรรณรัตน์ จัดแสดงภายในห้องพระประวัติกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ณ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2555)

ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 ดินแดนตะวันออกเฉียงเหนือของสยามนับว่าห่างไกลจากศูนย์กลางพระราชอำนาจอย่างยิ่ง จะมีข้าราชการจากส่วนกลางไปปฎิบัติงานก็เป็นครั้วคราวเท่านั้น เช่น ทำศึกสงคราม ระงับข้อพิพาทระหว่างเมือง เร่งรัดส่วยจากกลุ่มอำนาจท้องถิ่น กระทั่งในยุครัชกาลที่ 5 ตั้งแต่กลางทศวรรษ 2420 เป็นต้นมา มีการส่งเจ้านายและข้าราชการจากกรุงเทพฯ ไปประจำการโดยตรง เพื่อวางรากฐานอำนาจการปกครองของรัฐบาลให้เข้มแข็ง ลดการพึ่งพากลุ่มอำนาจท้องถิ่น มีการปรับรูปแบบการปกครอง แล้วมณฑลลาว พื้นที่อีสาน แต่ละมณฑลมีเมืองอะไรบ้าง?

หัวเมืองลาวทั้งสี่

ก่อนจะเป็นมณฑลลาว พื้นที่อีสานมีการปกครองในรูปแบบ “หัวเมืองลาว” ซึ่ง ประวิทย์ สายสงวนวงศ์ เล่าไว้ในผลงาน เปลี่ยนอีสานให้เป็น “ไทย”: อุดมการณ์รัฐชาติกับสำนึกการเมืองของคนที่ราบสูง (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ใน พ.ศ. 2425 สยามส่ง พระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ) และข้าราชการจากกรุงเทพฯ ไปกำกับราชการที่ เมืองจำปาศักดิ์ ในฐานะข้าหลวงใหญ่ และในปีเดียวกัน หลวงภักดีณรงค์ (ทัด ไกรฤกษ์) ปลัดบัญชีกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับมอบหมายให้เป็นข้าหลวงปฏิบัติการที่ เมืองอุบลราชธานี

ที่เป็น 2 เมืองนี้ เพราะล้วนเป็นศูนย์กลางที่ทรงอิทธิพลมากสุดของอำนาจท้องถิ่นบริเวณฝั่งขวาแม่น้ำโขงทั้งสิ้น

ต่อมาใน พ.ศ. 2433 หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกและบริเวณเขมรป่าดงถูกจัดระเบียบเข้าด้วยกัน และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น 4 กองใหญ่ มีข้าราชการจากสยามเป็นผู้ปกครองสูงสุดในพื้นที่ ได้แก่

หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก มีพระพิศนุเทพ (ช่วง) เป็นข้าหลวง ตั้งกองว่าราชการอยู่เมืองจำปาศักดิ์

หัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ มีพระยาราชเสนา (ทัด ไกรฤกษ์) เป็นข้าหลวง ตั้งกองว่าราชการอยู่เมืองอุบลราชธานี

หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ มีพระอนุชิตบริหาร (จันทร์ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา) เป็นข้าหลวง ตั้งกองว่าราชการอยู่เมืองหนองคาย

หัวเมืองลาวฝ่ายกลาง มีพระพิเรนทรเทพ (ทองคำ สีหอุไร) เป็นข้าหลวง ตั้งองว่าราชการอยู่เมืองนครราชสีมา

พื้นที่รับผิดชอบทั้ง 4 กอง อยู่ในการกำกับดูแลของพระยามหาอำมาตยาธิบดี (หรุ่น ศรีเพ็ญ) ข้าหลวงใหญ่ซึ่งปฏิบัติราชการอยู่จำปาศักดิ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2425

มณฑลลาว พื้นที่อีสาน กับการมาถึงของเจ้านาย 3 พระองค์

ใน พ.ศ. 2434 การดูแลกำกับพื้นที่อีสานทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงส่งเจ้านายชั้นสูง 3 พระองค์ไปปฏิบัติราชการในฐานะข้าหลวงต่างพระองค์ นับเป็นเจ้านายชั้นสูงกลุ่มแรกๆ ที่เสด็จไปประจำการในอีสาน

ประวิทย์เล่าอีกว่า ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การปกครองอีกครั้ง คราวนี้แบ่งเขตการปกครองเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่

มณฑลลาวกลาง (หัวเมืองลาวกลางเดิม) ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครราชสีมา ประกอบด้วย 3 เมืองใหญ่ คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ และ บุรีรัมย์ มี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ ดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ระหว่าง พ.ศ. 2434-2436 ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น มณฑลนครราชสีมา ในช่วงต้นทศวรรษ 2440

มณฑลลาวพวน (หัวเมืองลาวพวนเดิม) ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหนองคาย ภายหลังย้ายกองบัญชาการไปยังบ้านหมากแข้ง และยกฐานะขึ้นเป็นเมืองอุดรธานี ประกอบไปด้วยเมืองส่วนหนึ่งทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (ภายหลังเป็นเขตปกครองของฝรั่งเศส หลังวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112) และเมืองในพื้นที่อีสานอีก 6 เมือง คือ อุดรธานี ขอนแก่น นครพนม สกลนคร เลย และ หนองคาย มี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงต่างพระองค์ ระหว่าง พ.ศ. 2434-2442 ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น มณฑลอุดร ช่วงต้นทศวรรษ 2440

มณฑลลาวกาว (หัวเมืองลาวกาวเดิม) ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอุบลราชธานี ประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 7 เมือง คือ อุบลราชธานี จำปาศักดิ์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ มี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ระหว่าง พ.ศ. 2434-2436 และ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค์ ระหว่าง พ.ศ. 2436-2453 ภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น มณฑลอีสาน

ใน พ.ศ. 2455 มีประกาศแยกการปกครองออกมาเป็น 2 มณฑล คือมณฑลอุบล และ มณฑลร้อยเอ็ด มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองร้อยเอ็ด

ต่อมา พ.ศ. 2456 โปรดเกล้าฯ ให้ราชการเปลี่ยนชื่อหน่วยการปกครองจากคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด”

การเปลี่ยนพื้นที่เป็นมณฑลลาว พื้นที่อีสาน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอำนาจเดิมผู้มากบารมีในพื้นที่เท่านั้น เพราะต่อมาเมื่อมีการวางรากฐานระบบมณฑลเทศาภิบาล ชาวบ้านโดยทั่วไปก็ต้องปรับตัวเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ประวิทย์ สายสงวนวงศ์. เปลี่ยนอีสานให้เป็น “ไทย”: อุดมการณ์รัฐชาติกับสำนึกการเมืองของคนที่ราบสูง. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568. สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พื้นที่อีสานเมื่อเกือบ 150 ปีก่อน เมืองไหนสังกัด “มณฑลลาว” อะไรบ้าง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...