ฮ่องกง ประกาศเลิกจ้างข้าราชการ 10,000 ตำแหน่งภายในปี 2570 ผลักดัน AI-แก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณ
ฮ่องกง ประกาศเลิกจ้างข้าราชการ 10,000 ตำแหน่งภายในปี 2570 ผลักดัน AI-แก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณ พร้อมรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระดับโลก
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฮ่องกงมีเป้าหมายที่จะลดการใช้จ่าย เพื่อพยายามควบคุมการขาดดุลที่เพิ่มมากขึ้น โดยการลดตำแหน่งงานราชการ 10,000 ตำแหน่ง และมีแผนที่จะผลักดัน AI ครั้งใหญ่ ในขณะที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระดับโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ
Paul Chan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเมือง กล่าวในการประกาศงบประมาณประจำปีของศูนย์กลางการเงินว่า “สิ่งนี้ช่วยให้เรามีแนวทางที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูดุลการคลังในบัญชีดำเนินงานในลักษณะที่วางแผนไว้และก้าวหน้า”
Paul Chan กล่าวว่า จะมีการเลิกจ้างข้าราชการ 10,000 ตำแหน่งภายในเดือนเมษายน 2570 ซึ่งหมายถึงการลดลง 2% ของข้าราชการใน 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้เงินเดือนของภาครัฐจะถูกตรึงไว้ในปีนี้ด้วย โดยโครงการเสริมความแข็งแกร่งทางการคลังจะทำให้รายจ่ายสาธารณะลดลงสะสม 7% ตั้งแต่บัดนี้จนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2571
ทั้งนี้การปรับลดการใช้จ่ายจะวางรากฐานทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับการพัฒนาในอนาคต หลังจากรายได้จากการขายที่ดินลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ขาดดุลอยู่ที่ 87,200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเกือบ 2 เท่าของที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 48,100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
นอกจากนี้ Paul Chan ยังกล่าวอีกว่าสอดคล้องกับความพยายามของจีนในการพัฒนาระบบพึ่งพาตนเองในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ รวมถึงหุ่นยนต์ โดยฮ่องกงจะใช้จุดแข็งของตนในฐานะแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ โดยเมืองฮ่องกงได้จัดสรรเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับสถาบันวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์
ทั้งนี้เศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิดกว้างของฮ่องกงยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจจีนชะลอตัว และความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เพิ่มแรงกดดันต่อจีนเกี่ยวกับการค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์
เมื่อต้นปีนี้ สหรัฐได้เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% สำหรับสินค้าจากจีนและฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งนี้ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่าวอชิงตันเพิกเฉยต่อสถานะของเมืองนี้ในฐานะเขตศุลกากรที่แยกจากกัน
หลังจากที่จีนประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่เข้มงวดยิ่งขึ้นกับฮ่องกงในปี 2563 เจ้าหน้าที่หลายคน รวมถึงผู้นำคนปัจจุบัน จอห์น ลี ก็ถูกคว่ำบาตร และเมืองนี้ถูกถอดถอนจากสถานะพิเศษในฐานะหน่วยงานการค้าที่แยกจากกัน ขณะที่ CK Hutchison ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของฮ่องกง ซึ่งมีมหาเศรษฐีชื่อลี กาชิง เป็นเจ้าของ กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐเกี่ยวกับท่าเรือในคลองปานามาหลังจากที่ทรัมป์กล่าวอ้างเท็จว่าจีนเป็นผู้ดำเนินการคลองดังกล่าว
“ฮ่องกงกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ค่อนข้างซับซ้อนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษทั่วโลก การเพิ่มขึ้นของนโยบายคุ้มครองทางการค้าและนโยบายฝ่ายเดียวส่งผลให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลกแตกแยก”
สถานะการเงินของฮ่องกงได้รับผลกระทบในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากรายได้จากค่าเบี้ยประกันที่ดินที่ผู้พัฒนาต้องจ่ายเพื่อใช้ที่ดิน ลดลงอย่างมาก ทำให้ราคาบ้านร่วงลงเกือบ 30% และรัฐบาลจะไม่เปิดขายพื้นที่เชิงพาณิชย์ใดๆ ในปีหน้า เนื่องด้วยอัตราพื้นที่สำนักงานว่างสูงและมีอุปทานในอนาคตมากมาย และจะพิจารณาเปลี่ยนการแบ่งเขตพื้นที่เชิงพาณิชย์บางแห่งให้เป็นพื้นที่พักอาศัย
ทั้งนี้การขายที่ดินถือเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลมาโดยตลอด โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของรายได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 5% ทุนสำรองทางการคลังของฮ่องกงในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 647,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
อ้างอิง : reuters.com