โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิชัย” สั่งพาณิชย์จังหวัด แจ้งมาตรการช่วยชาวนา-ช่วยข้าวนาปรังครั้งแรก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 09.45 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 25 ก.พ. – “พิชัย” สั่งพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ แจ้งมาตรการช่วยชาวนา หลังได้ข้อสรุปในที่ประชุม นบข. วันพรุ่งนี้ พร้อมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรทุกชนิด พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือข้าวนาปรังครั้งแรก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะข้าว พร้อมสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเร่งดำเนินมาตรการรองรับและช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

นายพิชัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เน้นติดตามสถานการณ์พืชผลเกษตรทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับข้าวเป็นหลัก พร้อมสั่งให้จังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวนาปรัง เช่น อยุธยา พิจิตร พิษณุโลก และสุพรรณบุรี เตรียมให้ข้อมูลและอธิบายรายละเอียดให้กับเกษตรกร หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะได้สรุปมาตรการที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) เพื่อให้เกษตรกรรับทราบแนวทางช่วยเหลืออย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น มันสำปะหลัง ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้จีนซื้อล่วงหน้าไปแล้วกว่า 1 ล้านตัน รวมถึงข้าว 280,000 ตันที่อยู่ระหว่างเจรจา โดยล่าสุดได้หารือกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และนายเจียง เหว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ เพื่อขอให้จีนเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยจีนรับปากจะดำเนินการ

ในส่วนของปาล์มน้ำมัน ที่ขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง นายพิชัยได้สั่งการให้ดูแลราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรับมือกับผลผลิตเกษตรอื่นๆ เช่น ทุเรียน หอมใหญ่ และมะม่วง ซึ่งปีนี้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเย็น ทำให้ผลผลิตออกมากกว่าปกติ

โดยขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวลดลง ประกอบกับปริมาณผลผลิตข้าวนาปีที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกในประเทศ ซึ่งคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด เตรียมเสนอมาตรการเร่งด่วนต่อคณะกรรมการ นบข.ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ได้แก่

1.โครงการชะลอและเก็บข้าว เพื่อช่วยลดปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ราคาข้าวเปลือกทรงตัวได้ดีขึ้น

2.โครงการชดเชยดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการที่เก็บสต๊อก โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือดอกเบี้ยในอัตรา 6% แก่ผู้ประกอบการที่เก็บสต๊อกข้าวในช่วง 2-6 เดือน

3.โครงการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก โดยรัฐจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการ 500 บาทต่อตัน ใช้งบประมาณรวม 1,893 ล้านบาท เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม

และมาตรการอื่นๆ จากที่ประชุม โดยให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งเพาะปลูกข้าวนาปรังเตรียมพร้อมดำเนินมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลโดยทันที โดยให้เร่งประสานกับสถาบันเกษตรกรในพื้นที่เพื่อเข้าร่วมโครงการชะลอการจำหน่ายข้าวเปลือก รวมถึงจัดตลาดนัดข้าวเปลือกให้ครอบคลุมและทั่วถึง โดยต้องทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในการประชุมกับพาณิชย์จังหวัด นายพิชัยยังเน้นย้ำให้พาณิชย์จังหวัดกำกับดูแลการรับซื้อข้าวของผู้ประกอบการและโรงสีในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อเกษตรกร รวมถึงการจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เช่น ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช ต้องเป็นไปตามกฎหมายและไม่ให้เกิดการเอาเปรียบเกษตรกร หากพบว่าพื้นที่ใดประสบปัญหาราคาตกต่ำ ให้รีบประสานกับกรมการค้าภายใน เพื่อหามาตรการกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่โดยเร็ว โดยรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรทุกภาคส่วน และจะดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยขอให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรเป็นธรรมและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...