โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กีฏะ" ทีมไทยบนเวทีนาซ่า เพื่อพาไทยเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ย. 2565 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2565 เวลา 06.07 น.

รู้จัก “กีฏะ” ทีมไทยที่เข้ารอบ 9 ทีมสุดท้ายบนเวทีนาซ่า กับโครงการพัฒนาระบบผลิตอาหารอัตโนมัติและครบวงจรสำหรับนักบินอวกาศ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ทีม “กีฏะ” หรือ KEETA ก้าวเข้าสู่รอบ 9 ทีมสุดท้าย จาก 300 ทีมทั่วโลกบนเวทีโครงการพัฒนาระบบผลิตอาหารอัตโนมัติและครบวงจรสำหรับนักบินอวกาศ หรือ Deep Space Food Challenge ที่จัดโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และองค์การอวกาศแคนาดา (Canadian Space Agency)

แก้ปัญหา 100 ปี ของ NASA

ดร.โพธิวัฒน์ งามขจรวิวัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งทีมกีฏะ เปิดเผยว่า การแข่งขัน Deep Space Food Challenge เป็นการแข่งขันเพื่อแก้ปัญหา 100 ปี ของ NASA

เนื่องจากช่วง 100 ปีที่ผ่านมา แม้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศจะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่ปัญหาหลักที่ยังคงอยู่เสมอ คือ การผลิตอาหารให้เพียงพอสำหรับมนุษย์ที่ขึ้นไปสำรวจและใช้ชีวิตบนอวกาศ ครั้งนี้ NASA ให้โจทย์สำหรับการผลิตอาหารให้นักบินอวกาศ 4 คน ระยะเวลา 3 ปี

“ผมและ ดร.วเรศ จันทร์เจริญ ผู้ร่วมก่อตั้งทีมอีกคนหนึ่ง เราทำงานวิจัยด้านอวกาศกันมาเป็นระยะอยู่แล้ว พอมีการแข่งขันนี้ ก็คุยกันถึงการต่อยอดจากเรื่องที่มีองค์ความรู้กันอยู่แล้วอย่างเรื่อง 3D Food Printer เพื่อนำมาเป็นเครื่องปรินต์อาหารบนอวกาศ หากเอามาประกอบกับวัตถุดิบที่เหมาะสม น่าจะตอบโจทย์การแก้ปัญหานี้ได้ เรา 2 คน และนิสิตฝึกงานที่ Space Zab สตาร์ตอัพวิจัยด้านอวกาศของ ดร.วเรศ จึงเริ่มต้นสร้างทีมร่วมมือกันแก้โจทย์นี้ ก่อนจะได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานและขยายมาสู่ทีมที่รวมตัวกันจากนักวิจัยสหสถาบัน”

สร้างระบบนิเวศ พืช-ปศุสัตว์แมลง-การผลิตอาหาร

ดร.โพธิวัฒน์ กล่าวว่า วัตถุดิบหลักสำหรับการนำมาเป็นอาหารที่ทีมนึกถึงคือ หนอนแมลง เนื่องจากเป็นอาหารที่คนไทยนิยมทานอยู่แล้ว มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขยายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่องครั้งละจำนวนมาก ทีมค่อย ๆ ตัดช้อยส์แมลงชนิดต่าง ๆ ลงมาเรื่อย ๆ จนมาถึงหนอนด้วงสาคู ซึ่งเป็นแมลงที่ปลอดภัย ไม่มีผลกระทบเรื่องเสียงหรือการบินในอวกาศ แน่นอนว่าการเลือกวัตถุดิบเป็นแมลง ส่งผลให้ทีมตั้งชื่อว่า “กีฏะ” ซึ่งแปลว่าแมลง

เมื่อต้องคิดระบบผลิตอาหารสำหรับการใช้ชีวิต 3 ปี สิ่งที่ทีมมองว่าจำเป็น คือการสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และใช้พื้นที่น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถขนส่งระบบไปดำเนินการบนอวกาศได้จริง ทีมจึงออกแบบระบบนิเวศให้มี 3 ส่วนประกอบกัน

ได้แก่ 1.ระบบเพาะปลูกพืช เพื่อเป็นอาหารให้กับแมลง 2.ระบบปศุสัตว์แมลง เพื่อเพาะเลี้ยงแมลง และนำมูลของแมลงไปเป็นปุ๋ยเพาะปลูกพืช และ 3.ระบบผลิตอาหาร นำแมลงมาผ่านกระบวนการผลิตอาหาร พิมพ์ออกมาผ่าน 3D Food Printer ในตู้กดอาหารอัตโนมัติ เป็นเมนูหน้าตาคล้ายนักเก็ต จำนวน 1-2 เมนู โดยทั้ง 3 ระบบดำเนินการในพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร หรือประมาณพื้นที่คอนโดมิเนียมหนึ่งห้อง

พาไทยขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศของโลก

โดยเป้าหมายสูงสุดของทีม คือการคว้าชัยชนะบนเวทีนี้ เพราะจะเป็นก้าวสำคัญในการพาประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำในเศรษฐกิจอวกาศแบบใหม่ (New Space Economy) ตอบโจทย์การผลิตอาหารอวกาศ และธุรกิจใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้น ทั้งการท่องเที่ยวอวกาศ การทำเหมืองในอวกาศ หรือแม้กระทั่งการขึ้นไปใช้ชีวิตจริงบนดาวต่าง ๆ

“หากเราไปแข่งผลิตจรวด เรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก และทุ่มเงินอีกหลายพันล้าน แต่วันนี้เราเลือกแข่งด้านที่ไทยมีจุดแข็ง มีคู่แข่งน้อย สิ่งที่เราทำก็ถือว่าแปลกใหม่ ต่างจากที่อาหารอวกาศยุคก่อนที่ต้องเป็นแคปซูล หรือผลิตด้วยระบบฟรีซดราย หากได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วน ก็อาจทำให้ไทยกลายเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศของโลก”

ด้านนายสิทธิพล คูเสริมมิตร หรือ ตุลย์ บัณฑิตจบใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอากาศยาน (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสมาชิกทีมกีฏะ กล่าวเสริมว่า ผลงานดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงผลงานที่เป็นประโยชน์กับการใช้ชีวิตบนอวกาศเท่านั้น แต่ยังสามารถมาประยุกต์ใช้กับการผลิตอาหารเพื่อพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนอาหารบนโลกได้ด้วย โดยโจทย์ของ NASA เอง ก็ต้องการให้โครงการของผู้เข้าแข่งขัน ช่วยแก้ปัญหาบนโลกได้ด้วยเช่นกัน

“เรากำลังทำเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องที่ต้องรวมพลังคนหลากหลายกลุ่ม ทั้งวิศวกร หมอ นักวิทยาศาสตร์ มาทำงานร่วมกัน และเรื่องที่เป็นโอกาสผลักดันจุดเด่นของไทยจากครัวโลก สู่ครัวอวกาศ เราจะทำเต็มที่ และอยากให้ทุกคนร่วมสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วย”

ลุ้นไทยเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย

ขณะที่ ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี PIM กล่าวว่า โครงการด้านอาหารอวกาศของทีมกีฏะ ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศไทยและมวลมนุษยชาติ กลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาสนับสนุนทีมกีฏะใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ทุนการดำเนินงานตลอดทั้งโครงการ 2.องค์ความรู้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่ การเพาะปลูก การกำจัดของเสีย การเพาะเลี้ยงแมลง และการผลิตอาหาร 3.บุคลากรจากหลากหลายด้าน ทั้งจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด และคณะต่าง ๆ ใน PIM

“การแข่งขัน Deep Space Food Challenge มีเกณฑ์การให้คะแนนหลากหลายด้าน เรานำองค์ความรู้และบุคลากรที่เรามี ทั้งด้านระบบอัตโนมัติ ระบบวิศวกรรมหุ่นยนต์ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ เข้ามาช่วยเสริมแกร่งและเพิ่มคะแนนด้านต่าง ๆ ของทีมให้สูงขึ้น ผ่านโนว์ฮาวของเครือที่ซีพีแรมก็ผลิตอาหารกลุ่ม Ready to eat มากกว่า 2.9 ล้านแพ็คต่อวัน”

สำหรับการแข่งขัน Deep Space Food Challenge แบ่งออกเป็น 3 เฟสหลัก ได้แก่ เฟสที่ 1 การออกแบบเชิงคอนเซ็ปต์ (Conceptual Design) คัดเลือกเหลือเพียง 10 ทีม แข่งขันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 เฟสที่ 2 การสาธิตครัวอวกาศ (Kitchen Demonstration) แบ่งเป็น 5 ช่วงย่อย โดยในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ทีมที่ยังเหลืออยู่ทุกทีมจะต้องนำส่งรายงานความคืบหน้าโครงการ พร้อมวิดีโอสรุป และจะคัดเหลือเพียง 5 ทีมสุดท้ายที่ทาง NASA จะบินเดินทางมาดูด้วยตัวเองในช่วงต้นปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...