Little Thailand Way ถนนเส้นเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ความภูมิใจของคนไทยในนิวยอร์ก
Little Thailand Way
ถนนเส้นเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
ความภูมิใจของคนไทยในนิวยอร์ก
“Little Thailand Way” คือชื่อของถนนสายใหม่ที่กินพื้นที่ตั้งแต่ถนนหมายเลข 76 ถึง 79 บนถนนวู้ดไซต์ ย่านเอล์มเฮิร์สต์ ในเขตควีนส์ ที่เพิ่งมีพิธีเปิดป้ายชื่อถนนอย่างเป็นทางการที่หัวมุมถนนหมายเลข 77 ไปเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญของชุมชนไทยในนครนิวยอร์ก ที่ได้รับการยอมรับในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมพหุวัฒนธรรมของนิวยอร์กอย่างเป็นทางการ
เทศบาลนครนิวยอร์กประกาศให้พื้นที่ในชุมชนดังกล่าวเป็น Little Thailand Way เพื่อสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชนไทย ค่าที่บริเวณนี้มีทั้งร้านอาหารไทย ร้านขายของชำ รวมถึงธุรกิจต่างๆ ของคนไทยอีกมาก และยังมีวัดไทยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันอีกหลายวัด ภายใต้การผลักดันของ คุณยุทธนา ลิ้มเลิศวาที หรือ คุณหมู นาบอน คนไทยที่ไปตั้งรกรากอยู่ในนิวยอร์กหลายสิบปีจนประสบความสำเร็จในชีวิต และยังประสบความสำเร็จในการทำให้มีถนนสายที่อาจจะไม่ยาวเท่าใดนัก แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ในความรู้สึก และยังเป็นความภาคภูมิใจไม่เพียงแต่กับคนไทยในนิวยอร์กเท่านั้น
อันที่จริงก่อนหน้าที่จะมีการประกาศตั้งถนน Little Thailand Way ถนนบริเวณนี้ก็เป็นที่รู้จักของชาวนิวยอร์กจากการที่คุณยุทธนาได้ร่วมมือกับเพื่อนชาวไทยในนิวยอร์ก จัดกิจกรรมและเทศกาลไทยต่างๆ อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ นำไปสู่ความร่วมมือกับสมาชิกสภานครนิวยอร์กที่ช่วยกันผลักดันให้ถนนสายนี้ได้กลายมาเป็น Little Thailand Way อย่างเป็นทางการในที่สุด โดย คุณเจสสิกา กอนซาเลส-โรจาส์ สมาชิกสภารัฐนิวยอร์ก ได้เป็นผู้มอบเกียรติบัตรการตั้งถนน Little Thailand Way ให้กับคุณยุทธนาด้วย
นายฟาบีโอ จินดา กงสุลใหญ่ไทย ณ นครนิวยอร์ก กล่าวชื่นชมคนไทยในนิวยอร์กที่มีความเข้มแข็งและสามัคคี ทั้งยังเล่าให้ฟังว่ามีความพยายามมานานแล้วที่อยากให้นิวยอร์กมี Thai Town เหมือนในลอสแอนเจลิส ที่ตรงนี้มีชุมชนไทยมาอาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 1970-1972 จนถึงขณะนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าบริเวณนี้เป็นที่ที่มีชุมชนไทยอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก และมีวัดไทยตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันอย่างน้อย 2 วัด การที่มี Little Thailand Way จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของชุมชนไทยในนิวยอร์กที่มีความหมายยิ่งขึ้น
ภายในงานนอกจากจะมีการแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรีไทย และดนตรีสากลซึ่งกงสุลใหญ่ฟาบีโอและภริยาได้แสดงดนตรีร่วมกับพี่น้องชุมชนไทยในงานแล้ว นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ซึ่งกำลังจะไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน คนใหม่ยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับพี่น้องคนไทยในนิวยอร์ก กับสิ่งที่ถือเป็นสำเร็จและความภาคภูมิใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนไทยในนิวยอร์กที่เป็นที่ยอมรับและชื่นชม
ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 77 ณ นครนิวยอร์ก ก็ได้เดินทางไปพบและแสดงความยินดีกับชุมชนไทยที่ Little Thailand Way หลังเสร็จภารกิจที่สหประชาชาติ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายดอนเชื่อว่าถนนสายนี้จะช่วยเป็นสื่อถึงความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชมต่อผู้พบเห็นในวงกว้างมากขึ้น โดยชุมชนไทยสามารถช่วยกันมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรม ทูตซอฟต์เพาเวอร์ในการสืบสานความเป็นไทย และสื่อสารจุดแข็งของไทยให้เป็นที่ประจักษ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชุมชนไทยยังสามารถมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างไทยและสหรัฐในระดับประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่มีความสาคัญยิ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ
นายดอนกล่าวอีกว่า ชุมชนไทยในสหรัฐเป็นชุมชนไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ ความรักและสามัคคีกันเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างพลังความเข้มแข็งและศักยภาพของชุมชนไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด
ในวันที่ได้คุยกันหลังจากก้าวแรกที่มี Little Thailand Way แล้ว กงสุลใหญ่ฟาบีโอยังเล่าถึงความฝันที่อยากจะเห็นอย่างยิ่ง คือการมีศูนย์วัฒนธรรมไทยในนิวยอร์กแบบเดียวกับโคเรียนทาวน์ ที่มีทั้งโรงเรียนสอนทำอาหาร สอนภาษา และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่มีคนสนใจและอยากจะเรียนอยู่แล้วให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เชื่อว่าศูนย์วัฒนธรรมไทยจะช่วยต่อยอดสิ่งต่างๆ ของไทยไปได้อีกเยอะ และจะทำให้มีสิ่งดีๆ ตามมาอีกมาก
การส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ได้กลายเป็นนโยบายสำคัญของไทย แต่การจะส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ให้ก้าวไปในระดับโลกได้ย่อมต้องลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทุนมนุษย์ หรือทุนที่เป็นตัวเงิน โอกาสสำหรับซอฟต์เพาเวอร์ของไทยนั้นสามารถต่อยอดไปได้อีกมากมาย และ Little Thailand Way ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างอันน่าภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน