โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เตือนอย่ายกแก้วมั่ว! 3 สาวพีอาร์ร้านอาหาร ถูกลูกค้าหยอดยา หามส่ง รพ.วุ่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ต.ค. 2565 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2565 เวลา 15.44 น.

สาวพีอาร์ร้านอาหารโวยลูกค้าหยอดยาต้องหามส่ง รพ.วุ่น 3 ราย

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย โดยเฮียเปี๊ยก ทีมทนายโนบิ กรณีพนักงานต้อนรับสาวร้านอาหารมีชื่อแห่งหนึ่ง ซอยวิจารณรงค์ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดนแขกผู้ชายที่มาใช้บริการที่ร้าน หยอดยาในแก้วเครื่องดื่ม ทำให้พนักงานต้อนรับสาว 2 รายและเพื่อนที่มาดื่มกินที่ร้าน มีอาการร้อนวูบวาบ เกิดอารมณ์ทางเพศ และหัวใจเต้นแรง ต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือ ก่อนตรวจเลือดหาสารแปลกปลอม หลังจากอาการดีขึ้นได้ไปแจ้งความไว้ที่โรงพักเมืองอุดรธานี

โดยเฮียเปี๊ยกเปิดเผยว่า คืนวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 20.30 น. มีแขกเข้ามาใช้บริการที่ร้าน 4 คน เป็นแขกประจำ 1 คน อีก 3 คนเป็นคนต่างถิ่น เข้ามารับประทานอาหารและเครื่องดื่มในโซนห้องแอร์ โดยมีพนักงานต้อนรับ น้องดา (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี น้องทอรี่ อายุ 19 ปี สาวประเภทสอง และน้องเมย์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนน้องดา เข้ามาร่วมดื่มกินกับแขกด้วย แต่แขกให้ทั้ง 3 คนดื่มเหล้าลักษณะให้ทิป ใช้ธนบัตร 100 บาทพันแก้ว ให้ดื่มจนหมด แต่น้องเมย์เห็นแขกนำขวดน้ำ และผงสีขาวหยอดใส่แก้วเหล้า ซึ่งได้มีการทักท้วงว่าไม่ดื่ม ทำให้แขกออกอุบายจะเปลี่ยนแก้วให้

“แต่สุดท้ายน้องเมย์ก็มีอาการมึนงง และวูบล้มลง แขกทั้ง 4 คนก็เช็กบิลออกไปจากร้าน ซึ่งน้องทั้ง 3 คน มีอาการร้อนวูบวาบ มึนงง หัวใจเต้นแรง และมีอารมณ์ทางเพศ จะถอดเสื้อผ้า ร้องโวยวาย จนต้องฉีดน้ำใส่ร่างกาย ซึ่งได้ถ่ายคลิปไว้ ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล แพทย์แจ้งว่า น้ำตาลในเลือดต่ำ และรักษาตามอาการ พออาการดีขึ้นได้ไปตรวจเลือดหาสารแปลกปลอม และแจ้งตำรวจ จะต้องรอผลเลือด 10-14 วัน หากผลพิสูจน์เลือดออกมาว่าเลือดมีสารแปลกปลอม ก็จะดำเนินคดี พร้อมกับกล้องวงจรปิด”

น้องเมย์ อายุ 23 ปี เล่าว่า ตนมีโรคประจำตัวหอบหืด คืนเกิดเหตุ ตนมาเป็นแขกที่ร้าน เพราะตนเป็นเพื่อนกับน้องดา และน้องทอรี่ ขณะที่นั่งดื่มมีแขกผู้ชาย 4 คน อายุประมาณ 30 ปี เข้ามาในร้านและนั่งในห้องแอร์ มีน้องดาและทอรี่ไปต้อนรับ พอรู้ว่าตนเป็นเพื่อนกัน แขกทั้ง 4 คนก็ได้เรียกให้ตนไปนั่งด้วย โดยไม่ยอมบอกชื่อจริงให้ตนเรียกว่าพี่ หรือที่รัก โดยแขกให้ดื่มเหล้าด้วยการเอาแบงก์ 100 พันแก้ว ถ้าดื่มหมดก็จะได้แบงก์ 100 เป็นทิป ตนเห็นแขกผู้ชายนำขวดเหมือนยาหยอดตา มีทั้งแบบน้ำ และผงสีขาวออกมาเทลงในแก้วเหล้าให้ตนดื่ม ตนเห็นเลยบอกว่าไม่เอา แขกบอกว่ากินแล้วจะทำให้ไม่เมา ตนก็บอกว่าไม่เอา เพราะตนดื่มเก่ง ไม่เล่นแบบนี้ ซึ่งแขกก็เปลี่ยนแก้วให้

จากนั้นก็เอาหลอดแบบน้ำมาทาปาก แล้วบอกให้เล่นจุ๊บกัน โดยจับพวกตนไปจุ๊บปากและน้องดาก็โดนด้วย พวกตนดื่มจนมีอาการเมา ซึ่งแขกพยายามชวนไปนอนด้วย อยากมีคนเลี้ยงดูหรือไม่ หลังจากที่ตนเข้าห้องน้ำกลับมาแล้วดื่มเหล้าในแก้วต่อ ก็มีอาการร่างกายร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรง ก่อนจะล้มลงกับพื้น พอได้สติก็ร้องโวยวายว่าร้อน อยากถอดเสื้อผ้า และมีอารมณ์ทางเพศ จนเพื่อนเอาเข้าไปในห้องน้ำฉีดน้ำใส่ และนำส่งโรงพยาบาล คิดว่าตนโดนแขกหยอดยาปลุกเซ็กซ์ สาเหตุที่ตนมีอาการมากกว่าเพื่อนเพราะมีโรคประจำตัว และมีโอกาสเสียชีวิต

น้องดาและน้องทอรี่ อายุ 19 ปี เล่าว่า พวกตนทำงานอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน มีลูกค้าประจำ 1 คน ลูกค้าใหม่ 3 คน บอกว่ามาจากกรุงเทพฯ เราไม่รู้จักเลย หลังจากดื่มและจุ๊บปากกับแขก ซึ่งเป็นลูกค้าโต๊ะเดียวในโซนนั้น ชวนพวกตนชนแก้ว เอาธนบัตรมาพันแก้ว ให้ดื่มพร้อมกัน จนหมดแก้ว พวกตนได้ทิปคนละประมาณ 1,000 กว่าบาท พวกตนมีอาการร้อนวูบวาบ อยากถอดเสื้อผ้า อยากมีเพศสัมพันธ์ แต่มีอาการไม่มากเหมือนน้องเมย์ พอน้องเมย์มีอาการแขกทั้ง 4 คน ก็รีบเช็กบิลออกไปจากร้าน โชคดีที่อยู่ในร้าน ซึ่งมีแขกและพนักงานจำนวนมาก พวกตนไม่ยอมไปต่อกับแขกด้วย หากผลตรวจออกมาว่ามีสารแปลกปลอม ตนก็จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

“ฝากเตือนพนักงานต้อนรับ หรือสาวที่ชอบเที่ยวกลางคืน ให้ระมัดระวังตัว เวลาจะดื่มหรือกินอะไรให้มีเพื่อนอยู่ด้วย จะได้ช่วยเหลือกัน อย่าไปยกแก้วใครมั่วๆ เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปอ’ รับใช้ยา Alprazolam หมออั้ม แจงไม่ใช่ยาเสียสาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...