โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

โอกาสใหม่ หรือ ขายชาติ เมื่อชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทย

TERRABKK

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2565 เวลา 08.08 น. • TERRABKK
โอกาสใหม่ หรือ ขายชาติ เมื่อชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทย

ที่มา ใช้เวลา 1 ปี กับร่างกฎกระทรวง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่18 กันยายน2564 เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแบบระยะยาวพร้อมกับสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นโดยเป็นผู้พำนักอาศัยในไทยระยะยาว4 กลุ่มได้แก่

1.กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง(Wealthy Global Citizen)

2.กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ(Wealthy Pensioner)

3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย(Work from Thailand Professional)

4.กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ(Highly Skilled Professional)

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยดึงดูดชาวต่างชาติกลุ่มมั่งคั่งจำนวน1 ล้านคนให้ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอาศัยในประเทศไทยภายในระยะเวลา5 ปีงบประมาณ(.. 2565-2569) ของการดำเนินมาตรการและหากเป็นไปตามเป้าหมายจะช่วยเพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่1-2.5 แสนล้านบาท(สมมติฐานการใช้จ่ายในประเทศเฉลี่ย1 ล้านบาทต่อคนต่อปี)

ต่อมาวันที่25 .. คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย.. …. ซึ่งร่างกฎกระทรวงนี้จะมีระยะเวลาบังคับใช้5 ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อเท็จจริงมีเกือบ100 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน[1]

1.ประเทศอื่นๆเป็นอย่างไรบ้าง

โดยแบ่งเป็น

1.ประเทศที่ไม่มีข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน

สำหรับชาวต่างชาติเช่นสเปนฝรั่งเศสอิตาลีคอสตาริกา

2.ประเทศที่มีข้อตกลงการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

เช่นโครเอเชียตุรกีและเกาหลีใต้เปิดให้เฉพาะบางสัญชาติที่มีข้อตกลงการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

อียิปต์อนุญาตสิทธิการเช่า99 ปี

2.มีมาตรการเสริมเพื่อป้องกันราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น

หรือเพื่อเหตุผลความมั่นคงเช่น

สวิสมีการจำกัดจำนวนชาวต่างชาติที่สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในแต่ละปี

สหราชอาณาจักรเก็บภาษีกำไรจากการขายที่สูงกว่ามากซึ่งเรียกเก็บจากกำไรที่ได้จากการขายบ้านในสหราชอาณาจักรโดยชาวต่างชาติ

ออสเตรเลียปัจจุบันจำกัดเฉพาะประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อได้ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นโครงการก่อสร้างใหม่เท่านั้นผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายสามารถถูกตัดสินจำคุกหรือปรับจำนวนมาก

ศรีลังกาให้ชาวต่างชาติได้รับอนุญาตให้ถือครองที่ดินแต่มีภาษีการโอน100% สำหรับชาวต่างชาติในศรีลังกา

แคนาดาจังหวัดชายฝั่งตะวันออกอื่นๆรวมถึงจังหวัดควิเบกออนแทรีโอและบริติชโคลัมเบียไม่มีข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของในต่างประเทศ

ออสเตรเลียชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในออสเตรเลียและบริษัทต่างๆสามารถซื้อการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ถึง50% และได้รับอนุญาตให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินใหม่เพื่อสร้างอาคารได้ตราบเท่าที่การก่อสร้างเริ่มขึ้นภายใน12 เดือนนับจากวันที่ซื้อสามารถซื้อทรัพย์สินที่เก่ากว่าได้โดยมีเงื่อนไขว่าอย่างน้อย50% ของราคาซื้อจะใช้ในการปรับปรุง

3.ข้อจำกัดอื่นๆในการซื้อที่ดินของต่างชาติ

ประมาณ40% ของ195ประเทศมีข้อจำกัดในการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของทรัพย์สินเช่น

1.ที่ดินอยู่ห่างจากพรมแดนระหว่างประเทศเช่น

ปานามาที่ดินอยู่ห่างจากพรมแดนระหว่างประเทศไม่เกิน6 ไมล์

เม็กซิโกชาวต่างชาติชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ภายใน62 ไมล์จากชายแดนระหว่างประเทศหรือ31 ไมล์จากชายฝั่ง

สเปนที่ดินทางทหารและที่ดินใกล้พรมแดนระหว่างประเทศ

2.ทรัพย์สินริมน้ำบางแห่ง

นิวซีแลนด์ที่ดิน"อ่อนไหว" รวมถึงเขตสงวนเกาะที่ระบุและที่ดินและทะเลสาบทางประวัติศาสตร์หรือมรดก

ปานามาการจำกัดที่ดินบนเกาะริมชายหาด

5 ประเทศที่ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ในเอเชีย[2]

1. มาเลเซีย

มาเลเซียเป็นที่เดียวที่ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อสังหาริมทรัพย์ประเภทเดียวที่ชาวต่างชาติไม่สามารถซื้อได้คือ"อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดก" หรืออสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ในยุคอาณานิคมชาวต่างชาติสามารถขอที่พักอาศัยในมาเลเซียได้โดยการลงทุนผ่านMy Second Home Program (MM2H) ซึ่งช่วยให้ชาวต่างชาติได้รับวีซ่า10 ปีโดยฝากเงินประมาณ70,000 เหรียญสหรัฐและเก็บไว้ในธนาคาร

2. เกาหลีใต้

เกาหลีใต้ไม่มีข้อจำกัดมากมายในการถือครองที่ดินการเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศนี้ค่อนข้างสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงความเป็นสากลของเกาหลีชาวต่างชาติเหล่านี้มักต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของตนเองสาธารณรัฐเกาหลีนั้นพิถีพิถันในการออกวีซ่าระยะยาวยกเว้นที่เกาะเชจูเกาะเล็กๆแห่งนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีเป็นเขตปกครองพิเศษที่อนุญาตให้ทุกคนเข้าชมได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าในทำนองเดียวกันเชจูยังมีใบอนุญาตผู้พำนักสำหรับนักลงทุนสำหรับทุกคนที่ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ430,000 ดอลลาร์สหรัฐฯบนเกาะนี้ใบอนุญาตผู้พำนักดังกล่าวสามารถนำไปสู่การถือสัญชาติเกาหลีได้

3. ไต้หวัน

ไต้หวันเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินในต่างประเทศเพียงเล็กน้อยการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไต้หวันไม่ได้ให้สิทธิ์ชาวต่างชาติในการพักอาศัยที่นั่นโดยอัตโนมัติต่างจากประเทศมาเลเซีย,เกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ซึ่งมีโปรแกรมการอยู่อาศัยสำหรับนักลงทุนบางรูปแบบสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ชาวต่างชาติจะต้องผ่านช่องทางการย้ายถิ่นฐานปกติเพื่ออาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างถาวรชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านหรือที่ดินที่ยังไม่พัฒนาในไต้หวันได้

4. ญี่ปุ่น

ชาวต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นได้โดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับประเภทของอสังหาริมทรัพย์ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อตนเองได้ทั้งนี้ชาวต่างชาตินั้นจะต้องมีงานทำหรือทำธุรกิจหรือใช้วีซ่าประเภทใช้ชีวิตในญี่ปุ่นแบบเต็มเวลา

5. สิงคโปร์

ในสิงคโปร์ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของคอนโดบ้านและที่ดินได้ตามกฎหมายสิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ง่ายที่สุดในเอเชียในการซื้อคอนโดอย่างไรก็ตามแม้ว่าชาวต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้เป็นเจ้าของบ้านหรือที่ดินในทางทฤษฎีแต่จริงๆแล้วการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้อาจเป็นเรื่องยากและมีราคาแพงอย่างเหลือเชื่อในทางปฏิบัติการจะถือครองที่ดินเป็นคนต่างด้าวนั้นต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการเสียก่อนการอนุมัติดังกล่าวต้องมีการซื้อจำนวนมาก(คิดมูลค่าที่ดินมากกว่า20 ล้านดอลลาร์) และพิสูจน์ว่าการซื้อดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์

ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ[3]

ดร.วิชัยวิรัตกพันธ์ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ให้สัมภาษณ์ว่าภาพรวมการถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติในไทยยังไม่ถึง49% ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะยูนิตที่มีราคาไม่เกิน5 ล้านบาทมีไม่ถึง10% ที่คนต่างชาติถือครองอยู่ส่วนยูนิตที่ราคาเกิน5 ล้านบาทขึ้นไปมีชาวต่างชาติถือครองอยู่20% กลุ่มชาวต่างชาติประเภทที่ต้องการWork from Thailand ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นSkill Labor, High Technology เราสามารถกำหนดให้กลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ต่างๆเช่นEEC เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้เร็วกว่าปัจจุบันต่างชาติมีการถือครองโดยนอมินีอยู่แล้วทำไมเราไม่ทำทุกอย่างให้อยู่บนโต๊ะอย่าไปทำใต้โต๊ะแบบผิดกติกาบางครั้งการที่เราปฏิเสธความจริงทำให้ความจริงหลบไปข้างล่างเป็นตลาดมืดกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายถ้าเรายกขึ้นมาบนดินเพื่อให้รัฐได้ภาษีได้ค่าธรรมเนียมได้ทุกอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

สรุปและคำแนะนำ

1.คำพูดที่ว่าให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้เป็นการขายชาติ นั้นถือเป็นการพูดที่ไม่ได้ศึกษารายละเอียดของเพื่อนบ้านหรือกรณีศึกษาที่ประเทศอื่นๆเขาทำกันและเป็นแนวความคิดชาตินิยมยุคสงครามโลก(เก่ามาก)

2.การเปิดให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ประเทศนั้นๆได้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตของพื้นที่รูปแบบการถือครองคุณสมบัติของคนที่มีสิทธิ์หรือแม้กระทั่งการผูกรวมกันกับนโยบายส่งเสริมการลงทุน/การทำงานถือเป็นสิ่งปรกติที่ประเทศต่างๆทำกัน

3.เราต้องยอมรับว่า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ การมีสิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นจุดเด่นสำคัญประการหนึ่ง (สิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หมายถึง สิทธิ์ซื้อขายแบบFreehold หรือสิทธิการเช่าระยะยาว Leasehold 60,90ปี)

4.ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์แล้ว(คือมีผู้สูงอายุ>20%) จะทำให้ขาดแคลนคนทำงานทุกระดับเพราะอีกด้านหนึ่งของสังคมสูงวัยคือวัยเด็กวัยแรงงานลดลงการเชิญชวนให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานถือเป็นนโยบายของประเทศที่ประสบปัญหาสังคมสูงวัยเขาทำกันเช่นประเทศญี่ปุ่นสิงคโปร์และกลุ่มประเทศยุโรป

5.ผู้บริโภคในอนาคตคือผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้สูงอายุจากประเทศที่พัฒนาแล้วการเปิดรับผู้สูงอายุมาเกษียณอายุที่ประเทศไทยแลกกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องคู่กัน(ปัจจุบันไทยมีวีซ่าระยะยาว5+5ปีแต่ต้องแจ้งตม.ทุก90 วัน) ทั้งๆที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการเกษียณอายุ(Retirement Destination)เพราะเรามีจุดเด่นเรื่องการบริการทางการแพทย์อาหารอากาศค่าครองชีพมีจุดอ่อนที่สำคัญคือการถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์หากเรามีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นพื้นที่เป้าหมายรูปแบบและราคาของอสังหาริมทรัพย์จะทำให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วจะนำมาสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคมสูงวัยอีกมากมาย

6.ธุรกิจสังคมสูงวัย มีตั้งแต่การดูแลสุขภาพอาหารการกินการตกแต่งบ้านการท่องเที่ยวการประกันชีวิตเทคโนโลยีในการดูแลผู้สูงอายุฯลฯจะสามารถสร้างงานสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกมากมายเพราะผู้สูงอายุกลุ่มที่สามารถเดินทางมาเกษียณที่ต่างประเทศได้นั้นมักจะเป็นผู้สูงอายุที่มรายได้สูงมีระบบประกันสุขภาพมีบำเหน็จ-บำนาญชัดเจนสรุปคือมีกำลังซื้อสูง

7.เราสามารถตั้งกองทุนการอุดหนุนระหว่างกลุ่ม(Cross Subsidy)”จากค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้สูงอายุต่างชาติมาเป็นกองทุนดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่เหล่านั้นได้เป็นมาตรการที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในระดับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

8.อย่างไรก็ตามการค่อยๆเปิดทดลองทำในบางพื้นที่และบางประเภทของอสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจเริ่มทำทันที

ขอขอบคุณและขอสนับสนุนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ที่ศึกษามาอย่างดีและกล้านำเสนอเรื่องนี้และขอให้กำลังใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว(อย่างรอบครอบ) ก่อนที่ประเทศไทยจะอยู่ลำดับสุดท้ายการพัฒนา

..ไตรรัตน์จารุทัศน์

27 .. 2565

Real estate & Housing development Department

Faculty of Architecture

Chulalongkorn University

[1] Even Many Western Countries Are Restricting or Limiting Foreign Ownership https://thairesidential.com/is-thailand-alone-how-many-countries-in-the-world-prohibit-foreign-ownership-of-land/

[2]5 Countries Where Foreigners Can Own Land in Asia , https://www.investasian.com/2019/07/06/countries-where-foreigners-own-land/

[3] สัมภาษณ์ผ่านรายการ THE STANDARD NOW , https://thestandard.co/foreign-real-estate-ownership-in-thailand/ 21.09.2021

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...