โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.จี้รัฐประกาศ 9 จังหวัดเหนือ เขตภัยพิบัติ แก้ PM2.5

INN News

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 09.08 น. • INN News

“พรรคประชาชน” จี้ รัฐประกาศ 9 จังหวัดเหนือเป็นเขตภัยพิบัติ แก้ PM2.5 เร่งด่วน ท้า “สุชาติ” หากไม่ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ลาออก ซัดรัฐบาล “ดีแต่ลมปาก” ปล่อยไทยอากาศแย่อันดับ 1 โลก

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า ขณะนี้ประชาชนในภาคเหนือกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ฝุ่นพิษ หลายคนมีอาการป่วย แน่นหน้าอก เลือดกำเดาไหล และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม

โดยมีสาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในพื้นที่ รวมถึงปัญหาฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับละเลย ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤต พร้อมระบุว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าเกณฑ์ครบถ้วนในการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่มีเพียงจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีอัคคีภัยเท่านั้น ขณะที่ยังไม่มีการประกาศในกรณีฝุ่น PM2.5 ซึ่งการประกาศดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกงบประมาณฉุกเฉินรวมกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

“ลมหายใจของประชาชนมีความหมายกับรัฐบาลหรือไม่ หากยังมีความหมาย ขอให้เร่งประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5 ทั้ง 9 จังหวัด ยกระดับเป็นภัยระดับ 3 ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ เพื่อบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง”

สำหรับแนวทางการแก้ไข นายภัทรพงษ์ เสนอให้ใช้กลไกชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ป่า เฝ้าระวังและควบคุมไฟป่า พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ รวมถึงการนำข้อมูลพื้นที่เผาไหม้และแผนที่ความแห้งแล้งมาวิเคราะห์ เพื่อป้องกันการขยายตัวของจุดความร้อน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ดูแลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสนับสนุน “มุ้งสู้ฝุ่น”จากงานวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสามารถลดฝุ่นได้ถึง 75% การจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น และการแจกหน้ากาก N95 ให้ประชาชนอย่างทั่วถึง

ส่วนในประเด็นฝุ่นข้ามแดน นายภัทรพงษ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับปัญหาเข้าสู่ศูนย์ประสานงานอาเซียนด้านภัยพิบัติ เพื่อให้ประเทศสมาชิกเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันต้องเร่งแก้ไขมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผา โดยปิดช่องโหว่การให้ผู้นำเข้ารับรองตนเองโดยไม่มีการตรวจสอบ และให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มงวด

นายภัทรพงษ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า ที่ผ่านมาขาดความจริงจังในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตกไป พร้อมท้าให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ และยืนยันว่าหากไม่สามารถนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

“หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ ขอให้เอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ใจบ้าง เพราะวันนี้ประชาชนไม่สามารถทนอยู่กับอากาศแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว”

ช่วงท้าย นายภัทรพงษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการบริหารงานแบบสั่งการและข่มขู่ในลักษณะสายการบังคับบัญชา ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีตระหนักถึงสถานการณ์ โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาฝุ่นพิษรุนแรงจนติดอันดับ 1 ของโลก และควรแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ พรรคประชาชน ย้ำว่า ญัตติด่วนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือโดยเร็วที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...