โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เอกนัฏ” รับไม่ควรประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก จ่อลดค่าการกลั่น-ทุบกลุ่มทุนพลังงาน

WeR NEWS

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 06.15 น.

วันที่ 1 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการจัดการพลังงานว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้มี 2 เรื่อง คือ “น้ำมันและค่าไฟ“ โดยในส่วนของน้ำมัน ปัญหาไม่ได้มีเพียงราคาที่สูงขึ้นตามตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังมีเรื่อง “น้ำมันขาดแคลน” ในบางพื้นที่ไม่มีน้ำมันให้ประชาชน ทั้งที่ข้อมูลระบุว่าประเทศมีน้ำมันสำรองและกำลังการกลั่นเพียงพอ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาอาจเกิดจากความไม่โปร่งใสของระบบการกระจายสินค้า จุดบอด คือ ระบบข้อมูลด้านพลังงานของไทยที่ยังขาดรายละเอียดสำคัญ โดยมีแค่ตัวเลขปริมาณสำรองรายเดือน แต่ไม่มีข้อมูล “การไหลของน้ำมัน” (flow) ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ผู้ค้ารายใหญ่ ไปจนถึงสถานีบริการ ซึ่งควรมีการเปิดเผยข้อมูลแบบรายวันหรือใกล้เคียงเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าน้ำมันอยู่ในจุดใด ที่สำคัญยังช่วยป้องกันการกักตุนหรือการรั่วไหลน้ำมันไปนอกประเทศด้วย

อีกประเด็นสำคัญ คือ การทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการประกาศราคาน้ำมันในช่วงกลางดึก ซึ่งสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้ประชาชน การแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตต้องอาศัย “ความโปร่งใส” เป็นหัวใจสำคัญ มากกว่าการยึดติดกับการอ้างอิงราคาตลาดต่างประเทศแบบวันต่อวัน

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า สำหรับสิ่งที่ต้องทำทันทีคือ การกำหนดกรอบ “ค่าการกลั่น” ที่ปรับตัวสูงผิดปกติ จากเดิมเฉลี่ยราว 2-3 บาทต่อลิตร แต่ปัจจุบันพุ่งขึ้นถึง 7-13 บาทต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมในภาวะวิกฤต จึงเสนอให้มีการกำหนดเพดาน (cap) ทบทวนกลไก เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการได้กำไรเกินควร หากสามารถลดค่าการกลั่นได้ ควรนำไป “ลดราคาน้ำมันให้ประชาชน” เป็นลำดับแรก พร้อมเสริมว่า ที่ผ่านมาตนเคยคุยกับผู้บริหารโรงกลั่นน้ำมัน ก็เข้าใจว่ามีต้นทุนสูง แต่ไม่ใช่การปรับไปที่ 2 บาท 7 บาท ซึ่งตนมองว่ามากเกินไป ใครที่อ้างตลาดเสรี ก็ทราบกันดี ฉะนั้นทั้งหมดนี้ต้องมาจัดการใหม่ ถ้าโรงกลั่นรับรายได้มาในยามวิกฤตก็เกินไป เข้าใจว่าธุรกิจต้องทำกำไร แต่ไม่ควรเกินไป เรายังเคยพูดถึงภาษีลาภลอยมาแล้ว ต้องกล้าทุบ

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ในระยะยาวจะเสนอให้ไทยมี “คลังน้ำมันสำรองชาติ” แทนระบบปัจจุบันที่ให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันเอง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในยามวิกฤต พร้อมส่งสัญญาณถึงผู้ที่กักตุนเก็งกำไรน้ำมันอยู่ในขณะนี้ว่า ราคาน้ำมันไม่ได้มีแต่ขาขึ้น และนโยบายใหม่อาจทำให้ราคาปรับลดลงได้ในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...