โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังงาน แจงค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 20.50 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 13.49 น.

รองปลัดพลังงาน เผย กองทุนน้ำมันติดลบ 4.7 หมื่นล้าน ไหลออกวันละ 1.7 พันล. แจง ค่าการกลั่นพุ่ง 13 บาท เป็นภาวะชั่วคราว รอผลศึกษา คตร. ก่อนสรุปโครงสร้างราคาใหม่ มอง นำเข้าน้ำมันรัสเซีย กต.หารือแล้ว หากนำเข้าจริงต้องคุยเอกชนหาสถานที่เก็บ

1 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 เม.ย.69 มีสถานะติดลบประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท โดยมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1.7 พันล้านบาท ซึ่งมาจากการที่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 21.89 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ สถานะของกองทุนน้ำมันในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะติดลบเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ยังสูงอยู่ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเริ่มลดลงก็ตาม
ทั้งนี้ ในส่วนของการชดเชยราคาน้ำมันให้กับโรงกลั่นน้ำมัน ขณะนี้เนื่องจากกองทุนน้ำมันยังไม่มีกระแสเงินสดเป็นบวก จึงจะมีการลงบันทึกทางบัญชีของโรงกลั่นไว้ก่อน ซึ่งรัฐบาลจะชำระเงินคืนให้กับโรงกลั่นในระยะเวลาต่อไป ในส่วนของเงินที่ค้างจ่ายเอกชนส่วนนี้จะไม่มีการติดอัตราดอกเบี้ยให้กับเอกชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ราคาค่าการกลั่นขณะนี้ที่สูงถึงประมาณ 13.90 บาทต่อลิตร นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่บวกขึ้นมาชั่วคราว และสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันที่สูง ซึ่งบวกกับค่าพรีเมียมการขนส่ง และประกันภัยในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งหลังจากช่วงนี้ราคาค่าการกลั่นจะลดลง ซึ่งในช่วงเดือน มิ.ย.นี้จะเริ่มเห็นค่าการกลั่นติดลบ ในส่วนของค่าการกลั่นนั้นนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เพื่อมาติดตามตัวเลขต้นทุนและกำไรของโรงกลั่นว่าอยู่ที่เท่าไหร่ และส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันอย่างไร

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการจัดหาน้ำมันจากรัสเซีย นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ทราบข้อมูลความคืบหน้าจากกระทรวงการต่างประเทศว่าได้มีการหารือกับทางรัสเซียแล้ว และหากมีความเป็นไปได้ก็มีโอกาสที่ไทยจะนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเข้ามา แต่ในขณะนี้น้ำมันดิบที่ใช้กลั่นยังเป็นน้ำมันจากแหล่งที่ไทยได้รับมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถใช้กับโรงกลั่นที่เดินเครื่องอยู่ในขณะนี้ได้ทันที ส่วนน้ำมันจากรัสเซียที่จะนำเข้ามานั้นจะต้องมีการหารือกับภาคเอกชนในการเตรียมสถานที่กักเก็บไว้สำหรับใช้ในลำดับถัดไป ซึ่งต้องหารือกับภาคเอกชนในเรื่องนี้รวมทั้งขั้นตอนการปรับโรงกลั่นให้สามารถใช้น้ำมันรัสเซียในการกลั่นน้ำมันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...