โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐบาลสหรัฐพลิกเกม รุกจ้างงาน “เจนซี” เพิ่ม หลังปลดเจ้าหน้าที่ไปแล้วเกือบ 400,000 คน

เดลินิวส์

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 13.30 น. • เดลินิวส์
หลังจากสั่งปลดเจ้าหน้าที่ช่วงทดลองงานไปหลายพันตำแหน่งเมื่อปีกลาย ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณ ต้องการแรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบ เพื่อเสริมกำลังพลภาครัฐที่กำลังเผชิญวิกฤตวัยเกษียณ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (31 มี.ค.) จากการเปิดเผยของ สก็อตต์ คูเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลแห่งรัฐ (Office of Personnel Management) หรือ OPM เมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งสรรหาบุคลากรกลุ่ม “เจนซี” เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ หลังจากที่ปีผ่านมามีการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลงไม่ต่ำกว่า 386,000 ตำแหน่ง

คูเปอร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐในปัจจุบันมีอายุเข้าใกล้เกณฑ์เกษียณอายุภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ หากไม่มีการเติมคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเพื่อทดแทนกำลังคนที่จะหายไปในระยะอันสั้นนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา OPM ได้เปิดตัว "เครือข่ายผู้มีความสามารถรุ่นเยาว์" เพื่อดึงดูดแรงงานระดับเริ่มต้นเข้าสู่ระบบงานของรัฐ โดยครอบคลุมสายงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล วิศวกรรม การจัดการโครงการ และการจัดซื้อ โดยชูจุดเด่นให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามา "ทดลองงาน" ในภาครัฐโดยไม่จำเป็นต้องผูกมัดเป็นระยะเวลานาน

ปัจจุบันกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ 5-7 ปี มีสัดส่วนเพียง 7% ของพนักงานรัฐสายพลเรือนที่มีทั้งหมดประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าสัดส่วนในตลาดแรงงานทั่วไปของสหรัฐที่มีอยู่กว่า 20%

การเร่งจ้างงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คนรุ่นเจนซีกำลังเผชิญกับตลาดแรงงานที่ซบเซา โดยข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก ระบุว่า อัตราว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ช่วงปลายปี 2568 พุ่งสูงถึง 5.6% ซึ่งสูงกว่าอัตราว่างงานโดยรวม การเปิดรับสมัครงานครั้งใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากนโยบายช่วงต้นวาระที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่พยายามลดขนาดองค์กรและตัดงบประมาณ โดยมี อีลอน มัสก์ เป็นหัวหอกในหน่วยงานดูแลประสิทธิภาพรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้มีพนักงานลาออกและเกษียณอายุไป 386,826 คนในช่วงปีที่ผ่านมา

คูเปอร์มองว่าการลดคนและการจ้างใหม่คือภารกิจเดียวกัน นั่นคือการ "ปรับโฉมกำลังพล" ให้มีทักษะที่เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และเอไอซึ่งเป็นทักษะที่ภาครัฐยังขาดแคลน อย่างไรก็ตาม พนักงานรัฐจำนวนมากมองต่างออกไป โดยระบุว่าการลดจำนวนคนก่อนหน้านี้ทำให้งานล้นมือเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งทำให้ภาวะหมดไฟในการทำงาน เช่น เจ้าหน้าที่สรรพากรที่กังวลว่าการขาดแคลนเจ้าหน้าที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการตรวจสอบภายในและความล่าช้าในช่วงฤดูกาลยื่นภาษีที่นับว่ายากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเกิดโรคโควิด-19 ระบาดเป็นต้นมา

นอกจากนี้ ผลสำรวจความพึงพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐปี 2568 ยังพบว่า “คะแนนความสุข” ลดฮวบลงอย่างน่าตกใจ พร้อมระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำลงในประเด็นเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง แม้ทาง OPM จะออกมาโต้แย้งเรื่องวิธีการเก็บข้อมูลของผลสำรวจดังกล่าว แต่เสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่นิรนามระบุว่า หลายคนไม่กล้าตอบความจริงในแบบสำรวจรายไตรมาสของรัฐเพราะกลัวถูกสอดแนมและขาดความไว้วางใจในองค์กร ขณะที่คูเปอร์เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นนี้ ย่อมมีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เห็นพ้องกับแนวทางของรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดา

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...