PCE กางแผนอัปกำลังผลิตไบโอดีเซลรับดีมานด์ B7-B20 มั่นใจซัพพลายน้ำมันปาล์มดิบแกร่ง
โชว์ศักยภาพการผลิต B100 ทะลุ 40 ล้านลิตรต่อเดือน รองรับความต้องการตลาดที่จ่อพุ่งแตะ 8 ล้านลิตรต่อวัน วิเคราะห์สต็อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพียงพอ ชูแนวทางดึงยอดส่งออกกลับมาผลิตในประเทศหนุนเสถียรภาพพลังงาน ชูความพร้อมโลจิสติกส์ครบวงจร ทั้งกองเรือและรถขนส่ง เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ภาคใต้สู่ศูนย์กลางการกระจายสินค้า
1 เมษายน 2569 - บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ประกาศความพร้อมในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร เพื่อตอบรับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมสัดส่วนผสมไบโอดีเซล B7 ถึง B20 โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพด้านวัตถุดิบและกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 (Major Oil) ทั่วประเทศ
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร PCE เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติว่า จากเดิมที่ประเทศไทยใช้สัดส่วน B5 ตลอดปี 2568 ซึ่งบริโภคน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ราว 0.9 ล้านตันต่อปี แต่การปรับฐานน้ำมันดีเซลพื้นฐานเป็น B7 และผลักดัน B20 จะส่งผลให้ความต้องการไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน หรือต้องใช้น้ำมันปาล์มดิบขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.0-2.2 ล้านตันต่อปี
ในมิติด้านความมั่นคงทางวัตถุดิบPCE ประเมินว่าไทยมีศักยภาพรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ได้โดยไม่กระทบต่อการบริโภคในครัวเรือน เนื่องจากการคาดการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันในปี 2569 จะพุ่งแตะระดับ 4 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อการนำส่วนเกินจากการส่งออก (Export Surplus) ปีละกว่า 1.2 ล้านตัน กลับมาแปรรูปเป็นไบโอดีเซล B100 ได้ทันที
“ประเทศไทยสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่เดิมต้องส่งออกปีละ 1.2 ล้านตัน มาปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตไบโอดีเซล B100 ได้ทันที โดยไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และยังช่วยให้ภาครัฐลดงบประมาณในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” - นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล
ปัจจุบันกลุ่มPCE โดยบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ได้ยกระดับกำลังการผลิตไบโอดีเซลขึ้นสู่ระดับ 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือประมาณ 40 ล้านลิตรต่อเดือน
โดยมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย :
- โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ: กำลังการผลิตสูงสุด 3,600 ตันต่อวัน เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต B100 อย่างต่อเนื่อง
- ระบบจัดเก็บและคลังสินค้า: คลังน้ำมันปาล์มและเชื้อเพลิงรวม 240,000 ตัน ในจุดยุทธศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
- โครงข่ายโลจิสติกส์: กองเรือขนส่ง 13 ลำ และรถขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและสินค้าทั่วไปกว่า 160 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งสู่คู่ค้า
“เราพร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด เพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซลส่งมอบให้ Major Oil ตามสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแบบครบวงจรที่เป็นโครงสร้างสำคัญของภาคพลังงานไทย” -นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล
ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรประเมินว่า ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบของPCE จะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ท่ามกลางวงจรผลผลิตขาขึ้นและการปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานทดแทนของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพึ่งพาวัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีคุณภาพในระยะยาวของบริษัทและเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศในภาพรวม