โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทัณฑ์เรือนจำพัทยา นำตัว ‘หมิงเฉิน ซัน’ ส่งโรงพยาบาล สอบลึกพบ เป็นบอสสแกมเมอร์กัมพูชา

JS100

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
ราชทัณฑ์เรือนจำพัทยา นำตัว ‘หมิงเฉิน ซัน’ ส่งโรงพยาบาล สอบลึกพบ เป็นบอสสแกมเมอร์กัมพูชา

ความคืบหน้ากรณีการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งขับรถพลิกคว่ำ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธภายในรถ จึงควบคุมตัวพาไปค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธจำนวนมาก ทั้งอาวุธปืนสงคราม ระเบิดมือจำนวนมาก รวมทั้งวัตถุที่ใช้ทำระเบิด C4 สามารถนำไปก่อวินาศกรรมได้ รวมทั้งพบวิดีโอคลิปการฝึกอาวุธกับกองกำลัง BHQ ของกัมพูชาในโทรศัพท์มือถือ และพบว่าผู้ต้องหามีทั้งพาสปอร์ตจีนและกัมพูชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายหมิงเฉิน ซัน ฐานครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตและอีกหลายข้อหา และกำลังสอบสวนขยายผลสืบหาที่มาที่ไปของอาวุธดังกล่าวรวมทั้งแรงจูงใจในการสะสมอาวุธนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ ( 11 พ.ค. ) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษพัทยา ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำตัว นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนคดีซุกระเบิดซีโฟร์ และอาวุธสงครามจำนวนมาก ส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ หลังเกิดอาการชักเกร็งระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบคัดกรองนักโทษ เรือนจำพิเศษพัทยา

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นายคอยดูแลความปลอดภัยที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลฯ

จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ไม่ยอมรับประทานและดื่มเพียงน้ำเปล่าตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. รวมแล้วเป็นเวลาเกือบ 4 วัน อีกทั้งยังอยู่ในภาวะเครียดจัด จึงทำให้เกิดอาการชักเกร็ง แพทย์จึงให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาเพื่อทำให้ผู้ต้องหาเกิดอาการผ่อนคลาย และยังจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อยเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ล่าสุด นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารและความมั่นคง เปิดเผยประเด็นในรายการ “เรื่องใหญ่ live talk” ทางช่อง PPTVHD36 ว่า จากข้อมูลการข่าวที่ได้จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ การสอบปากคำ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ พบว่า นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่นักสะสมอาวุธตามที่เคยมีการตั้งข้อสังเกต แต่มีเป้าหมายในการเตรียมอาวุธไว้ใช้ก่อเหตุ โดยไม่ได้มุ่งก่อเหตุในประเทศไทย

นางสาววาสนาอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินถือเป็นระดับบอสคนสำคัญในเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา และมีอิทธิพลในกัมพูชา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลและบุคคลในแวดวงทหารของกัมพูชา

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือ ยังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการ จ่ายงาน-รับงานด้านการสังหารและทำร้ายบุคคลในกัมพูชา โดยนายเฉินไม่ได้ลงมือด้วยตนเองทุกครั้ง แต่ทำหน้าที่วางแผนและจัดหาอาวุธให้ลูกน้องเป็นผู้ปฏิบัติการแทน

ส่วนกรณีพบเสื้อเกราะติดวัตถุระเบิด C4 นั้น แหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินเป็นผู้ประกอบขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้ลูกน้องนำไปใช้ก่อเหตุในกัมพูชา โดยเตรียมลำเลียงผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าทำไมจึงไม่ประกอบอุปกรณ์ดังกล่าวในกัมพูชา ทำให้เชื่อว่าอาจมีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชนหรือไม่

ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศอย่างละเอียดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...