เบื้องหลังความสำเร็จ อาฒยา ฐิติกุล: มิตรภาพกับ โรส จาง และบทบาทของแคดดี้คู่ใจ
“กอล์ฟก็คือกอล์ฟ มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต”
นั่นคือประโยคที่ จีโน่ คุยกับโค้ชของเธอในวันที่โลกดูเหมือนจะถล่มลงมาจากการเล่นที่ไม่ได้ดั่งใจ
เธอซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองว่ามันยากที่จะแสร้งทำเป็นโอเคในวันที่ฟอร์มหลุด
แต่สิ่งที่ทำให้ จีโน่ แตกต่าง คือการยอมรับว่าอดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และทุกเช้าวันใหม่คือโอกาสในการเริ่มต้นใหม่
เธอมองว่าในหนึ่งปีมีโอกาสให้แก้ตัวถึง 30 กว่าครั้ง และการจมปลักอยู่กับความผิดหวังในรายการเมเจอร์มีแต่จะฉุดรั้งอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า
การ "Reset" ของเธอจึงไม่ใช่แค่การซ้อมวงสวิงใหม่ แต่เป็นการปรับจูน "พลังบวก" ให้กลับมาเต็มถังอีกครั้ง
ในการแข่งขันวันสุดท้ายที่ Mizuho ความกดดันถาโถมเข้ามาเมื่อเพื่อนสนิทอย่าง โรส จาง (Rose Zhang) ทำแต้มไล่จี้เข้ามาติด ๆ
ทว่าในขณะที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกกำลังลุ้นจนตัวโก่ง จีโน่ กลับเลือกที่จะ “ขังตัวเองอยู่ในฟองสบู่”
เธอยอมรับว่าไม่ได้ดูตารางคะแนนเลยจนถึงหลุม 12 และไม่ได้สนใจว่าใครจะเร่งเครื่องขึ้นมาแค่ไหน สิ่งเดียวที่เธออนุญาตให้เข้ามาอยู่ในโลกของเธอคือ "จังหวะ" และสิ่งที่เธอควบคุมได้เท่านั้น
แม้แต่ลูกพัตต์เบอร์ดี้ตัดสินแชมป์ที่หลุม 18 เธอยังยอมรับด้วยรอยยิ้มว่ามันเป็นลูกพัตต์ที่ "ดุดันเกินไป" จนกลัวว่าจะเลยหลุมไปไกล
แต่จินตนาการและการปล่อยให้แรงดึงดูดของโลกทำงาน ก็ทำให้ลูกกอล์ฟนั้นตกลงไปสู่ก้นหลุมในที่สุด
เบื้องหลังความสำเร็จของ จีโน่ ไม่ได้มีแค่ไม้กอล์ฟคู่ใจหรือหนังสือที่มีหน้าปกสีทองชื่อ "Good Vibes, Good Life" เพียงเท่านั้น (ผมเคยเขียนไว้ในเว็บไซต์ไปตามหาอ่านกันได้นะครับเรื่องดีมากกก)
แต่ยังมี "แคดดี้คู่บุญ" ที่อยู่กันมานานเกือบ 10 ปี ตั้งแต่เธอยังไม่เทิร์นโปร
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระดับที่ "เบื่อหน้ากัน" ได้ในบางครั้ง คือรากฐานสำคัญที่ทำให้เธออุ่นใจ
ก่อนจะคว้าแชมป์รายการนี้ แคดดี้ของเธอถึงขั้นบังคับให้เธอไปออกรอบด้วยกันในวันหยุด โดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า
"ทุกครั้งที่เล่นกับพี่ จีนจะทำผลงานได้ดีเสมอ" และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือ "สัญลักษณ์แห่งความโชคดี" (Lucky sign) ของเธอจริง ๆ
มิตรภาพนี้ยังขยายไปถึงคู่แข่งในสนามอย่าง โรส จาง ที่แม้จะห้ำหั่นกันจนวินาทีสุดท้าย แต่เมื่อจบเกม โรส คือคนแรกที่วิ่งเอาแชมเปญมาสาดฉลองให้กับ จีโน่
สำหรับ จีโน่ แล้ว อันดับโลกหรือการเป็นคู่ปรับกับใครก็ตาม ไม่ใช่ตัวนิยามว่า "เธอเป็นใคร?"
เพราะในท้ายที่สุด กอล์ฟคือเกมที่ต้องต่อสู้กับตัวเองในสนาม แต่ข้างนอกนั่นคือโลกของความเป็นเพื่อนที่เข้าใจหัวอกโปรด้วยกัน
ชัยชนะของ อาฒยา ฐิติกุล ในสัปดาห์นี้ จึงไม่ใช่แค่การพิสูจน์ว่าเธอคือหนึ่งในนักกอล์ฟที่เก่งที่สุดในโลก
แต่เป็นการยืนยันว่า "ทัศนคติ" ที่ยืดหยุ่นและการมองโลกตามความเป็นจริง คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของนักกีฬา
กอล์ฟอาจจะไม่ใช่ชีวิตทั้งหมดของเธอ แต่ทุกครั้งที่เธอก้าวเข้าไปอยู่ใน "ฟองสบู่" ของตัวเอง เราก็ได้เห็นแล้วว่า เธอมอบหัวใจทั้งหมดให้กับมันจริง ๆ
ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก : LPGA