“นายกฯ” สั่งสังคายนา “วีซ่า” ทุกประเภทใหม่ทั้งระบบ หวังยกระดับคัดกรองชาวต่างชาติ – นักท่องเที่ยว สร้างความปลอดภัยให้ประเทศ
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)
หลังการประชุมในช่วงเวลา 18.00 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นการหารือตามปกติของคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยในที่ประชุมนายอนุทินได้เล่าถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ พร้อมเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคนเสนอประเด็นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นเรื่อง “ฟรีวีซ่า” ขึ้นมาหารือ เนื่องจากมีวีซ่าหลายประเภท ทั้งวีซ่านักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักเรียน จึงเห็นควรให้มีการจัดระเบียบภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาแนวทางการจัดระเบียบระบบวีซ่าทั้งหมด
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการควบคุมและคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ หลังมีประเด็นเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มและการบุกรุกของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อุทยาน
เมื่อถามถึงการทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการทบทวน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการนอกรอบให้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาวีซ่าทุกประเภท ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยว แต่รวมถึงวีซ่านักลงทุน วีซ่านักเรียน และประเภทอื่น ๆ โดยให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน และจะเสนอแต่งตั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมวันพรุ่งนี้ พร้อมย้ำว่า มาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน จะต้องมีการทบทวน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้เสนอเข้าสู่ ครม. และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนการยกเลิกหรือทบทวนฟรีวีซ่าจะช่วยลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่กระทำผิดกฎหมายหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า วีซ่ามีหลายรูปแบบ จึงต้องทบทวนทุกประเภท ทั้งหลักเกณฑ์ ระยะเวลา และเอกสารประกอบการพิจารณา เนื่องจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และพบประเด็นอาชญากรรม นอมินี และการแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ
นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า ต้องคัดกรองอย่างรอบคอบมากขึ้น ไม่ใช่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นคุณภาพ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศทั้งระบบ