“นครธน” ทรานส์ฟอร์มใหญ่ สู่ Health Partner ปี 69 รุกตลาดใหม่ขยายฐานต่างชาติ
กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับสู่ “Healthcare Ecosystem” เครือข่ายดูแลสุขภาพ ขยายสู่การเป็น “Health Partner” พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพของทุกครอบครัว รองรับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยของไทย พร้อมต่อยอดจุดแข็งด้านทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วยการขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต
ประกาศยุทธศาสตร์ 3 แกนหลัก เชื่อมต่อการดูแลไร้รอยต่อ
รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัทฯ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลนครธนก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจให้ทุกคนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่สะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการดูแลเชิงป้องกันและการรักษาโรคยากซับซ้อน เพื่อให้คนในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ยังได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่วางใจได้
แนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตเคียงข้างชุมชนเข้าสู่ปีที่ 30 และนำไปสู่การวางยุทธศาสตร์สู่การเป็น พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพ ที่ยกระดับมาตรฐานการดูแลในทุกโครงการ พร้อมดูแลแบบองค์รวมผ่านทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลที่ต่อเนื่องในทุกช่วงวัย
“การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาล แต่คือการออกแบบระบบสุขภาพแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตระยะยาว เพื่อให้ผู้รับบริการไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา”
รศ.ญาณเดช กล่าวต่อว่า ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทถูกพัฒนาให้เป็น Healthcare Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ส่วนแรก คือ โรงพยาบาลนครธน ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคยากซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- ส่วนที่สอง คือ โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย-กาญจนาภิเษก) ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงบริการสู่ชุมชน และเตรียมรองรับผู้ประกันตนในปี 2570
- ส่วนที่สาม คือ “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” (Nakornthon Long Life Center by Chersery Home) โครงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569
ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยแนวคิด "Active Aging"
ด้านพญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน เสริมว่า ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ระบบสุขภาพในอนาคตจะไม่สามารถวัดความสำเร็จจาก “การรักษาให้หาย” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งไปสู่การทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานที่สุด
จากแนวโน้มดังกล่าว นครธนจึงต่อยอดสู่การพัฒนา“นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” เพื่อรองรับความต้องการด้านการดูแลผู้สูงอายุและการดูแลระยะยาวโดยเฉพาะ ผ่านแนวคิด "Active Aging" ที่ผสานการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Universal Design) เข้ากับโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพและกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้ และใช้ชีวิตได้ตามความต้องการของตนเอง
“ตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแบ่งเบาภาระของกลุ่มผู้รับบริการที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ไปพร้อมกัน โดยมีบริการทั้งแบบรายวัน (Day Care) และที่พักอาศัย ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล เพื่อให้ ‘เสาหลักของบ้าน’ มีความพร้อมในการดูแลทุกคนในครอบครัวได้อย่างสมดุล มั่นคง และส่งต่อสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนในครอบครัว”
ในอีกด้านหนึ่ง แกนธุรกิจโรงพยาบาลของนครธนยังคงยึดมั่นในจุดแข็งด้านการรักษาโรคยากซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น โรคสมองและระบบประสาท โรคหัวใจ โรคกระดูกสันหลัง และโรคมะเร็ง โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหวิชาชีพเป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการรักษาและผลลัพธ์ทางการแพทย์ในระยะยาว
ปักธงปี 69 พร้อมรุกตลาด Medical Tourism
สำหรับโรดแมปในปี 2569 พญ.ศิเรมอร กล่าวว่า โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายการเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโรงพยาบาลนครธน 2 การเปิดตัว “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” และการขยายหอพักผู้ป่วยในแบบ VIP เพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันโรงพยาบาลยังตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยปัจจุบันมีฐานหลักจากกลุ่ม Expat จีนและพม่า และมีแผนขยายสู่ตลาดใหม่อย่างบังกลาเทศ
ในด้านการตลาด นครธนได้ปรับกลยุทธ์สู่ Digital Health อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพมากขึ้น โรงพยาบาลจึงมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านการพัฒนาช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ทั้งการซื้อโปรแกรมสุขภาพออนไลน์ การนัดหมายล่วงหน้า และบริการ Telemedicine ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา ควบคู่กับการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและเหมาะกับคนรุ่นใหม่
“ในอนาคต เราไม่ได้อยากเป็นแค่โรงพยาบาลสำหรับรักษา แต่จะพัฒนาองค์กรจากเครือโรงพยาบาลไปสู่การเป็น “Health Partner” พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพของครอบครัวไปตลอดช่วงชีวิต เป็นที่ที่นึกถึงเมื่ออยากมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่แค่ตอนเจ็บป่วย และพร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต” พญ.ศิเรมอร กล่าวทิ้งท้าย