โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha เริ่มเมิน 'เพลงที่สร้างจาก AI'

SpringNews

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังมาแรง ทำให้บางค่ายเพลงเริ่มหันมาพึ่งพา AI กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง หรือการใช้ AI ทำดนตรีและเสียงร้องแทนศิลปินที่เป็นคนจริงๆ ไปจนถึงการเร่งทำข้อตกลงกับบริษัทเทคโนโลยี AI

แต่กลายเป็นว่า คนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Gen Alpha กลับมีความตื่นเต้นต่อเพลงที่มาจาก AI น้อยลง และบางคนพอรู้ว่าไม่ใช่เพลงที่มาจากศิลปินจริงๆ ก็เลือกที่จะเลิกสนับสนุนทันที

รายงานฉบับใหม่จาก Luminate ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในอเมริกา ช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงพฤศจิกายน 2025 พบว่าความสนใจในการฟังเพลงที่ใช้ AI ช่วยสร้างนั้น ลดลงในทุกกลุ่มอายุ

โดยกลุ่มที่หันหลังให้กับเพลง AI มากที่สุดก็คือ วัยรุ่นอย่าง Gen Z และเด็กยุคใหม่ Gen Alpha ซึ่งปกติแล้วจะเป็นกลุ่มที่ตอบรับเทคโนโลยีเร็วที่สุด แต่กลายเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเพลง AI ลดลงมากที่สุด โดยตัวเลขความสนใจสุทธิ ร่วงจาก -6% ลงไปอยู่ที่ -16% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

รายงานฉบับใหม่จาก Luminate ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในอเมริกา ช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงพฤศจิกายน 2025 พบว่าความสนใจในการฟังเพลงที่ใช้ AI ช่วยสร้างนั้น ลดลงในทุกกลุ่มอายุ

โดยกลุ่มที่หันหลังให้กับเพลง AI มากที่สุดก็คือ วัยรุ่นอย่าง Gen Z และเด็กยุคใหม่ Gen Alpha ซึ่งปกติแล้วจะเป็นกลุ่มที่ตอบรับเทคโนโลยีเร็วที่สุด แต่กลายเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเพลง AI ลดลงมากที่สุด โดยตัวเลขความสนใจสุทธิ ร่วงจาก -6% ลงไปอยู่ที่ -16% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

ที่สำคัญเมื่อคนรุ่นใหม่รู้ว่าเพลงเหล่านั้นสร้างมาจาก AI กลับยิ่งทำให้พวกเขาไม่อยากฟัง โดยภาพรวมของผู้ฟังในอเมริกา มีทัศนคติเป็นลบต่อการฟังเพลงที่รู้ว่าผลิตโดย AI มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และความรู้สึกติดลบนี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้นในการสำรวจครั้งล่าสุด

นอกจากนี้คนในกลุ่ม เบบี้บูมเมอร์ ที่มีอายุประมาณ 62 – 80 ปี ยังเป็นกลุ่มที่ต่อต้านหรือว่ามีแนวโน้มจะรู้สึกแย่ต่อเพลงจาก AI มากที่สุดด้วย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกลุ่มคนที่ไม่เปิดใจให้เพลง AI เลย เพราะชาว Gen Y กลับเป็นกลุ่มที่ยอมรับเพลงพวกนี้ได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น

เรียกได้ว่าการทำเพลงด้วย AI นั้นเป็นกระแสที่วูบวาบ แต่ไม่ยั่งยืน เพราะจากการศึกษาที่ติดตามผลงานของศิลปินที่ใช้ AI ช่วยสร้าง เช่น Xania Monet หรือ Breaking Rust พบว่าในช่วงแรกยอดจะพุ่งเพราะความแปลกใหม่ เมื่อมีการอัปเดตโมเดลใหม่ๆ หรือเมื่อมีข่าวอื้อฉาว ยอดสตรีมจะพุ่งสูงขึ้นทันทีเพราะคนอยากลองฟัง

แต่ว่าหลังจากนั้น ยอดสตรีมมักจะตกลงอย่างรวดเร็วหลังจากผ่านช่วงเห่อไปแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Xania Monet ซึ่งเคยทำยอดสตรีมสูงถึง 7 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ในเดือนกันยายน 2025 แต่พอถึงเดือนมีนาคม 2026 ยอดกลับลดลงเหลือไม่ถึง 3 ล้านครั้ง

เหมือนกับว่าไม่ได้มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น จึงถือว่า AI ยังไม่สามารถสร้างความเป็นติ่งหรือฐานแฟนคลับที่แท้จริงในระยะยาวได้นั่นเอง

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกในแง่ลบ แต่ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีความรู้สึกเฉยๆ ต่อการใช้ AI ไม่ว่าจะใช้แต่งเนื้อเพลง ทำทำนอง หรือสร้างเพลงใหม่ทั้งเพลง

แต่ถึงอย่างไรก็ตามประเด็นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าจับตามองในอนาคต เพราะค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Warner, Universal หรือ Sony ต่างก็กำลังเร่งเจรจาทำข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์กับบริษัท AI เช่น Suno และ Udio ซึ่งการที่เพลง AI ถูกกฎหมายและมีการพัฒนาคุณภาพให้ใกล้เคียงกับศิลปินที่เป็นมนุษย์มากขึ้นในอนาคต อาจจะช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาได้บ้าง

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเพลง AI ในตอนนี้ก็คือ การที่เพลงขาดเสน่ห์ ในการดึงดูดใจผู้ฟังให้เป็นแฟนคลับได้ยาวนานเหมือนกับศิลปินที่เป็นคนจริงๆ คล้ายกับว่ายังเป็นเพลงที่ขาดจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

ที่มา : Billboard

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...