โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปยังไง? “ไทยช่วยไทย พลัส” เบรกเอี๊ยด! ชง ครม. ไม่ทัน 5 พ.ค.

INN News

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 12.00 น. • INN News

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่จากรัฐบาล อาจจะต้องรอกันต่อไปอีกนิด สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่รวมเอาทั้ง "คนละครึ่ง พลัส" และ "การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เข้าไว้ด้วยกัน

ล่าสุดมีความชัดเจนแล้วว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ จะยังไม่มีการเสนอโครงการนี้เข้าพิจารณาให้ไฟเขียวแต่อย่างใด คำถามที่หลายคนสงสัย คือ สรุปแล้วติดขัดที่ตรงไหน? และรัฐบาลกำลังรออะไรอยู่?

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยตรงจาก “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุชัดเจนว่า กระทรวงการคลังเตรียมรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการไว้พร้อมหมดแล้ว สามารถชงเข้า ครม. ได้ทันที แต่ที่ยังเสนอไม่ได้ เพราะ "ต้องรอความชัดเจนเรื่องเม็ดเงินงบประมาณก่อน"

พูดง่ายๆ คือ ต้องรู้ก่อนว่ารัฐบาลจะมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังเพิ่งจะหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อประเมินวงเงินจากงบประมาณปี 2569 ที่หน่วยงานต่างๆ "เบิกจ่ายไม่ทัน" เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เมื่อได้ตัวเลขงบที่เหลือตรงนี้แล้ว จึงจะนำไปคำนวณต่อว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้อง "กู้เงินเพิ่ม" อีกเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอต่อการอัดฉีดเศรษฐกิจ

เมื่อพูดถึงการกู้เงิน ข้ามมาดูท่าทีของผู้นำรัฐบาลอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล”นายกรัฐมนตรี แม้ตัวแพ็กเกจแจกเงินจะยังไม่เข้า ครม. แต่นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า กำลังเร่งผลักดัน "พ.ร.ก.กู้เงิน" ให้เข้าที่ประชุม ครม. ในวันอังคารที่ 5 พ.ค. นี้ให้ได้

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเรื่องใหญ่ระดับชาติขนาดนี้ ไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ด "ครม.เศรษฐกิจ" ก่อน? นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ไม่มีความจำเป็นต้องรอ เพราะบอร์ด ครม.เศรษฐกิจ มีตัวแทนจากภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย แต่เรื่องการออกกฎหมายกู้เงินเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีโดยตรง จึงสามารถนำเข้า ครม. ชุดใหญ่พิจารณาได้เลย เพื่อความรวดเร็ว

ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า กรอบวงเงินกู้ครั้งนี้จะสูงถึง 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่? นายกฯ อนุทิน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่บอกสั้นๆ เพียงว่า "ให้รอผ่าน ครม. ก่อน"

สรุปทิศทางก็คือ ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ แม้จะยังไม่มีการเคาะแพ็กเกจ "ไทยช่วยไทย พลัส" แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจากที่ประชุม ครม. คือ "ตัวเลขงบประมาณ" ที่รีดคืนมาได้ รวมถึง "แนวทางและกรอบวงเงิน" ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในระลอกต่อไป

ดังนั้น ประชาชนที่รอคอยโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สบายใจได้ว่า โครงการไม่ได้ถูกพับเก็บหรือยกเลิกแต่อย่างใด เพียงแต่รัฐบาลขอเวลาจัดหน้าตัก จัดสรรเม็ดเงินให้รอบคอบและถูกต้องตามวินัยการเงินการคลังก่อน หากได้กรอบวงเงินกู้ที่ชัดเจนเมื่อไหร่ เชื่อว่ามาตรการอัดฉีดเงินจะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า กรอบวงเงินกู้ครั้งนี้จะสูงถึง 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่? นายกฯ อนุทิน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่บอกสั้นๆ เพียงว่า "ให้รอผ่าน ครม. ก่อน"

สรุปทิศทางก็คือ ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ แม้จะยังไม่มีการเคาะแพ็กเกจ "ไทยช่วยไทย พลัส" แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจากที่ประชุม ครม. คือ "ตัวเลขงบประมาณ" ที่รีดคืนมาได้ รวมถึง "แนวทางและกรอบวงเงิน" ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในระลอกต่อไป

ดังนั้น ประชาชนที่รอคอยโครงการคนละครึ่ง พลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สบายใจได้ว่า โครงการไม่ได้ถูกพับเก็บหรือยกเลิกแต่อย่างใด เพียงแต่รัฐบาลขอเวลาจัดหน้าตัก จัดสรรเม็ดเงินให้รอบคอบและถูกต้องตามวินัยการเงินการคลังก่อน หากได้กรอบวงเงินกู้ที่ชัดเจนเมื่อไหร่ เชื่อว่ามาตรการอัดฉีดเงินจะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...