โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกรท วรินทร เล่าการสูญเสีย ‘น้องไข่ตุ๋น’ แมวสามขาสุดรัก สอนให้ยอมรับความจริง-โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 08.57 น.

เกรท วรินทร เล่าการสูญเสีย ‘น้องไข่ตุ๋น’ แมวสามขาสุดรัก สอนให้ยอมรับความจริง-โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดเศร้าที่ทำเอาแฟนๆ น้ำตาซึมไปตามๆ กัน เมื่อพระเอกหนุ่ม เกรท วรินทร ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสุดซึ้งผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว หลัง “น้องไข่ตุ๋น” แมวสามขาแสนรักที่เพิ่งจากไป ซึ่งหนุ่มเกรทได้เผยภาพความทรงจำที่เคยมีร่วมกับน้องไข่ตุ๋น พร้อมแคปชั่นที่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความรักและความคิดถึงสุดหัวใจว่า “คิดถึงพิตุ๋นจังอ้ะ เป็นคลิปที่ไม่อยากจะตัดไม่อยากจะตรวจอะไรทั้งสิ้น แต่อยากมีบันทึกไว้ว่า เราเคยอยู่ด้วยกันนะ และเผื่อทุกคนคิดถึงพิตุ๋นงับ”

ล่าสุดมีโอกาสเจอหนุ่ม เกรท วรินทร ที่งานเปิดให้สื่อมวลชนกับพูดคุยนักแสดง “รักหักหลัง” อาคารมาลีนนท์ จึงได้พูดคุยกับหนุ่มเกรท ถึงการสูญเสียดังกล่าว

โดยเจ้าตัวเผยว่า “จริงๆ ผมพยายามที่จะอัพเดตให้คนในโซเชียลรู้นะครับ ซึ่งปกติผมไม่ค่อยชอบโพสต์เรื่องดราม่าหรือเรื่องเศร้าเท่าไหร่ แต่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มเลี้ยงเขา รับเขาเข้ามา และรักษาเขามาตั้งแต่เริ่มต้นพร้อมกับชาวโซเชียลทุกคน ผมถ่ายน้องลงบ่อย พอเขาไม่สบายเราก็อยากอัพเดต แต่ทุกครั้งที่ต้องถ่ายรูปหรือคลิปลงมันก็เจ็บปวดและสงสารน้องครับ ตอนนี้อย่างที่ทราบกันคือน้องกลับดาวแมวเรียบเรียบร้อยแล้ว เมื่อประมาณอาทิตย์นึงได้ครับ”

ทำใจนานไหมกว่าจะตัดสินใจลงคลิป?
“คือพอรู้ว่าน้องเริ่มป่วย มันทำให้เราย้อนนึกไปถึงช่วงแรกๆ ที่ขาเขาเจ็บแล้วเดินมาที่บ้านเรา ตอนนั้นขาเขากระเผลกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากรักษาเขา พอมาป่วยครั้งนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าน้องเป็น ลิวคีเมียและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมันเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้ขาเขาใช้งานไม่ได้ เราเริ่มทำใจมาตลอดตั้งแต่เริ่มเลี้ยงสัตว์แล้ว เพราะเขาเป็นแมวตัวแรก สัตว์เลี้ยงตัวแรก เราคิดเสมอว่าวันหนึ่งต้องจากกัน ผมตั้งใจว่าจะไม่ฝืนร่างกายเขาเพื่อสนองความรู้สึกตัวเอง ถ้าเขาใจสู้เราก็จะสู้ไปตามธรรมชาติ ซึ่งหลังจากตรวจเจอและเริ่มรักษา น้องก็อยู่กับเราได้ประมาณเดือนกว่าๆ ครับ”

เห็นคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันเยอะมากเลย?
“ใช่ครับ ผมซาบซึ้งใจตั้งแต่วันแรกที่พาไปตรวจเลย ผมอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยเลี้ยงแมวที่สร้างความสุขให้เรามาตลอด 3 ปีเกือบ 4 ปี ทุกวันนี้คลิปล่าสุดผมยังดูแล้วร้องไห้ทุกครั้ง ถ้าวันไหนอยากอยู่กับโมเมนต์ของเขาคนเดียว ผมก็จะปล่อยความรู้สึกไปตามสิ่งที่มากระทบแล้วก็ร้องไห้ออกมาครับ”

เห็นว่าร้องไห้หนักมาก เลยใช่ไหม?
“ร้องเหมือนหมาเลยครับ โดยเฉพาะคลิปล่าสุด ตอนไปรับน้องกลับมาบ้านวันสุดท้าย ผมเตรียมใจไว้แล้วนะ เช้าวันนั้นเป็นวันที่ผมโอ้เอ้ที่สุดในชีวิตเพราะไม่อยากไปเผชิญหน้ากับความจริง ตอนไปรับมันไม่ได้ร้องไห้โฮนะ เพราะเราตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่มันมาปล่อยโฮตอนกลับมาดูคลิปหลังจากทุกอย่างผ่านไปแล้ว ตอนนี้ผมฝังน้องไว้ที่ข้างบ้านครับ”

เลี้ยงมาทั้งหมดกี่ปี?
“ประมาณ 3 ปีครึ่งครับ ไข่ตุ๋นสร้างความสุขให้ผมมาก ทำให้ผมได้เจอความอ่อนโยนของตัวเองเหมือนกัน ทุกวันนี้เดินผ่านจุดที่เขาอยู่ข้างบ้านก็ยังเห็นเขาในความทรงจำทุกวัน แต่ผมยังไม่กล้าเลื่อนดูคลิปเก่าๆ เพราะดูแล้วมันไม่ใช่แค่เห็นไข่ตุ๋น แต่มันเห็นไปถึงคุณยายด้วย การสูญเสียครั้งนี้สอนให้ผมต้องยอมรับความจริงและโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นครับ”

หลังจากนี้จะมีงอกตัวใหม่มาเลี้ยงเพิ่มไหม?
“ไม่งอกครับ ไม่งอก ตอนนี้ผมยังเหลือแมวอีก 1 ตัว เดิมทีตอนรับไข่ตุ๋นมาก็ไม่ได้ตั้งใจจะมี 2 ตัว แต่เห็นเขาที่เชียงคานแล้วดูเขากำพร้า ไม่มีแรง เลยรับมา ผมคิดว่าการเลี้ยงต้องให้เหมาะสมกับเวลาของเราด้วย ตอนนี้ขอเลี้ยงตัวที่มีอยู่ให้ดีที่สุด อนาคตค่อยว่ากันครับ”

ตอนนี้เรียกว่าเป็นพ่อแมวเต็มรูปแบบแล้วใช่ไหม?
“นั่นน่ะสิครับ (หัวเราะ) แมวเขาดูแลตัวเองได้ จังหวะและเวลามันดูลงตัวพอดี ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นเดือนที่มีเหตุการณ์กระทบจิตใจผมเยอะมาก ทั้งเรื่องงาน เรื่องไข่ตุ๋น และถัดมาไม่กี่วันก็เป็นวันเกิดผมอีก ผมอยากขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ทั้งผมและไข่ตุ๋นในช่วงที่ผ่านมาครับ สิ่งเหล่านั้นช่วยเยียวยาความรู้สึกผมได้ดีมากๆ แม้จะอ่านคอมเมนต์ไม่หมดแต่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น ขอบคุณทุกคำอวยพรวันเกิดและทุกคนที่หวังดีกับน้องแมวของผมครับ (พูดถึงไข่ตุ๋น?) เดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่นะ รักนะลูก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกรท วรินทร เล่าการสูญเสีย ‘น้องไข่ตุ๋น’ แมวสามขาสุดรัก สอนให้ยอมรับความจริง-โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...