โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สุดว้าว!! ไทยใช้จุลสาหร่าย KU01 ผลิตน้ำมันได้มากกว่าปาล์ม 16 เท่า

NATIONTV

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

8 เมษายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเปิดตัวนวัตกรรมพลังงานสะอาด Green Economy Thailand ที่ถือเป็นนวัตกรรมไทย 2569 ตามนโยบายNetZeroThailand คือ โครงการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จาก จุลสาหร่าย Chlorella vulgaris KU01หรือ จุลสาหร่าย KU01

นายยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ เพื่อพาชาติก้าวข้าม "กับดักรายได้ปานกลาง" ที่ติดหล่มมาอย่างยาวนาน ความหวังสำคัญคือการผลักดันยุทธศาสตร์ Wellness ที่เชื่อมโยงภาคเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย" ที่สมบูรณ์แบบและมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

“ในสมรภูมิเทคโนโลยีโลกหรือ Tech War ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครในทุกเรื่อง แต่ต้องมุ่งเน้นในจุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือการเกษตรมูลค่าสูงและ Wellness พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า หากเราคือเบอร์หนึ่งด้านนี้ ผมมั่นใจว่าเวทีโลกจะอยากเดินเข้ามาหาเราเอง วิสัยทัศน์นี้จะถูกขับเคลื่อนผ่านนโยบาย Continuous Education เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรให้มีทักษะขั้นสูง (Upskill/Reskill) โดยเฉพาะแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องกลับมาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)”

สำหรับโครงการวิจัยจุลสาหร่าย KU01 คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดในการสร้างความมั่นคง ทั้งด้านอาหารและพลังงาน โดยจุลสาหร่ายสายพันธุ์นี้ มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันต่อพื้นที่สูงกว่าปาล์มน้ำมันถึง 16 เท่า และสูงกว่าถั่วเหลืองถึง 213 เท่า สามารถสกัดน้ำมัน มาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้สูงถึงร้อยละ 59.44 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงปกติ อีกทั้งจุลสาหร่ายยังเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพ ในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้สูงถึงร้อยละ 80-96 สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอย่างลงตัว

นอกจากด้านพลังงานสะอาดแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเป็นทางรอดสำคัญของอุตสาหกรรมโปรตีน โดยการนำชีวมวลสาหร่าย มาทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพง อย่างกากถั่วเหลืองและปลาป่น ซึ่งผลการทดสอบในสูตรอาหารโคขุนพบว่าช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างเห็นผล ขณะเดียวกันในมิติของอาหารคน จุลสาหร่าย KU01 ถือเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 50-70 และอุดมด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางมูลค่าสูง สร้างโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวภาพไทยอย่างครบวงจร

นายยศชนัน ยังกล่าวถึงทีมนักวิจัยข้ามศาสตร์ว่าเป็น "ฮีโร่เบื้องหลัง" ที่เปลี่ยนความรู้ในตำราให้กลายเป็นความหวังที่จับต้องได้ของชาติ ประกอบด้วย ดร.นภัส แก้วตระกูลชัย, รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล, ผศ.สพ.ญ.ดร.วราพร พิมพ์ประไพ, ผศ.ดร.ภาณุมาศ อรุณเดชาวัฒน์ และ ผศ.เริงทิวา ทิพยศักดิ์ รวมถึงทีมงานคณะเกษตร วิทยาศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันผลักดันโครงการจนเกิดผลเป็นรูปธรรมและพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าโครงการนี้สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิกฤตการณ์โลก ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยพร้อมจะผลักดันโครงการจุลสาหร่าย KU01 จากระดับห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และระดับอุตสาหกรรม เพื่อเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของไทยสืบไป สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ที่จะสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างมูลค่าสูงให้แก่สังคมไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...