เลขา กกต.ยันให้ความเป็นธรรม ปชน.คดียุบพรรค ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน ชี้การสอบสวนเป็นความลับ จะกระจ่างก็ต่อเมื่อมีมติ
เลขา กกต.ยันให้ความเป็นธรรม ปชน.คดียุบพรรค ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน ชี้การสอบสวนเป็นความลับ จะกระจ่างก็ต่อเมื่อมีมติ
วันที่ 8 เม.ย. 69 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดียุบพรรคประชาชน จากกรณี บริษัทสเปกเตอร์ ซี จำกัด ว่า คดียุบพรรคอยู่ที่ข้อเท็จจริง เข้าใจความรู้สึกคนเวลาถูกให้ข้อมูล ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่ากฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดหรือไม่
เรื่องยุบพรรค กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าองค์ประกอบความผิดคืออะไร ส่วนจะเข้าเหตุกฎหมายหรือไม่ กำลังสอบข้อเท็จจริง โดยที่เป็นข่าวอยู่เรื่อย ๆ เพราะเรามีการรับเรื่องไว้พิจารณาและมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อเชิญใครมาชี้แจง เชิญคนหนึ่งก็เป็นข่าวทุกครั้ง เหมือนมีประเด็นอยู่ตลอด เมื่อเรื่องเข้าระบบมาแล้วก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรค ต้องดูข้อเท็จจริง ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ อยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน
โดยวันนี้ กกต.เรียกผู้ร้องมาให้ปากคำ การสืบสวนสอบสวนเป็นความลับ ไม่เหมือนคดี สว.ที่คนพูดอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความจริงไม่มีใครทราบ จะได้ความกระจ่างอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ กกต.มีมติ ส่วนคำวินิจฉัยจะบอกว่าเรื่องราวแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร จะอธิบายทุกเรื่องทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ต้องรอ
นายแสวง ยืนยันว่าพรรคจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนความรู้สึกของคนแต่ละฝ่ายก็เป็นการแสดงความรู้สึกของประชาชน ไม่ได้มีผลกับการทำงาน ความรู้สึกของประชาชน กกต.จะพิจารณาอย่างเดียวคือ การอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการ แต่หากเป็นเรื่องกฎหมายหรือการบังคับใช้กฎหมาย จะไม่มีความรู้สึกประชาชนในเรื่องนี้ เราปฏิบัติตามกฎหมาย
เลขาฯ กกต. แจงความคืบหน้าเลือกตั้งเขต2 สุพรรณบุรี รอผลสอบนับคะแนนไม่ถูก-ไม่สุจริตกันแน่ ชี้ช้าไม่มีผลกระทบประชุมสภา
ความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง สส.เขต2 สุพรรณบุรี ที่ยังไม่ประกาศรับรองสส. ว่า เรื่องดังกล่าวมาถึงกกต. กลางแล้ว ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องการนับคะแนนแล้วมีผลต่างกันมาก จำนวน 2 หน่วยเลือกตั้ง แล้วทางสำนักงานฯได้เสนอกกต. ว่าเป็นการนับคะแนนไม่ถูกต้อง หรือการนับคะแนนที่ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามจริงเคยเสนอเข้าไปยังกกต. แล้วรอบหนึ่ง แต่ กกต. ขอให้ไปสอบสวนให้ได้ทั้ง 2 ประเด็น ว่าเป็นการนับคะแนนไม่ถูกต้อง หรือนับคะแนนไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งถ้าเป็นการนับคะแนนไม่ถูกต้องก็อาจจะเหมือนกรณีที่ผ่านมาว่า มีการกระทำผิดไหม ถ้าทำผิดคนทำผิดก็ต้องรับผิดชอบไป แต่ถ้าเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมนั้นอาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ตอนนี้เราก็ยังรอผลการสอบสวนอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร
นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนที่ข้อกังวลเรื่องกรอบเวลาในการประกาศรับรองนั้น ตามกฎหมายมาตรา 121 เรื่องการประกาศผลเลือกตั้ง ระบุว่าให้ประกาศผลไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซนต์ ซึ่งนั้นเราได้ประกาศไปแล้ว ดังนั้นไม่มีผลอะไรสภาก็ประชุมกันไปตามปกติถือว่าไม่กระทบอะไร เราก็ยังมีเวลาทำงานอยู่