โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 17.01 น.

ต้องบอกว่าปกติวันพุธของรัฐบาลหลายๆ ยุคที่ผ่านมา มักเป็น “พุธสัญจร” แต่ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มาเล่นบท “เตมีย์ใบ้” โดยไม่ให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถามใดๆ ของสื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นกรณีสหรัฐอเมริกาหยุดถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ ราคาน้ำมันที่จะปรับลดลง หรือแม้แต่กรณีการยิง “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ …๐

ก็เล่นเอาบรรดาสื่อต้องตีความไปต่างๆ นานา จากปฏิกิริยาของนายกฯ ในคำถามต่างๆ ทั้งกรณียิ้มหรือกรณีนิ่งเฉย แต่ที่แน่นอนแล้วคือ นายกฯ ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 แบ่งงาน 7 รองนายกรัฐมนตรีที่อาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์และ 4 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด แต่ที่วงกาแฟเขานินทากันอย่างมากคือ กรณี “ศุภมาส อิศรภักดี” ที่ได้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพราะ รัฐบาลอนุทิน 1 “มาดามผึ้ง” ก็ดูงานเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ผลงานต้องบอกแทบไม่เคยเห็น แล้วยิ่งในวิกฤตพลังงาน วิกฤตข้าวยากหมากแพงแบบนี้ “กระบอกเสียง” รัฐบาลต้องถือว่ามีความสำคัญในการทำความเข้าใจหรือชี้แจง แต่รัฐบาลก็ยังเลือกคนเดิมมาทำงานอีก…๐

พอเอ่ยถึงเรื่องวิกฤตพลังงานไม่เอ่ยถึงบรรดาอดีต รมว.พลังงานที่พาเหรดเสนอความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลหรือให้สัมภาษณ์รายวันไม่ได้ ซึ่งที่ดูๆ แล้วที่เห็นว่า ติเพื่อก่อก็คงมีแค่ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” อดีต รมว.พลังงานเท่านั้น โดยเฉพาะการให้บอกความจริงต่อประชาชน เลิกสื่อสารแบบประคองความรู้สึกเพียงอย่างเดียวได้แล้ว รวมทั้งการเสนอแนะให้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต่างจากบรรดาอดีต รมว.พลังงานและอดีต รมว.เศรษฐกิจทั้งหลายที่เรียกร้องให้ลดนู่นลดนี่ เก็บภาษีโน่นภาษีนี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไม่ได้ แต่ก็ต้องการปั่นกระแส หรือเรียกเรตติ้งยิ่งกว่าอินฟลูเอนเซอร์เสียอีก …๐

แต่ที่หนักหนาที่สุดในห้วงวันพุธปิดปากของนายกฯ ประเทศไทย คือ กรณี “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการทหารบก ก่อนที่ “ตี๋เต้” จะมาให้สัมภาษณ์บอกว่า “พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ กำลังหารือถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เพื่อเข้ามาควบคุมเรื่องน้ำมันและปัญหาปากท้องชาวบ้าน…๐

การให้สัมภาษณ์แบบนี้รัฐบาลโดยเฉพาะ “เจ๊ผึ้ง” หรือแม้แต่ “รัชดา ธนาดิเรก” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ต้องรีบออกมาชี้แจงแถลงไขโดยด่วน เพราะ แม้การประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารแต่ประการใด แต่ก็สร้างความหวาดวิตกโดยใช่ที่ทั้งต่อชาวบ้านและเอกชน โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างประเทศในยุคที่สื่อสารไปไวยิ่งกว่ากะพริบตา …๐

ดูง่ายๆ ตอนนี้ชาวกระบี่ถึงกับใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กันอย่างหนัก เพราะ เห็นเครื่องบินรบมะกันทั้ง C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ใช้ท่าอากาศยานกระบี่บินขึ้น-ลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลาย 10 เที่ยวบิน จนทำให้คนกระบี่และนักท่องเที่ยวต่างคาดคิดไปไกลว่าสหรัฐจะมาตั้งฐานทัพในไทยเพื่อตั้งเป้าถล่มอิหร่านเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่ง “พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย” โฆษกกองทัพอากาศก็ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจแบบทันท่วงทีว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ ซึ่งเดิมจะใช้สนามบินอู่ตะเภา หรือสนามบินภูเก็ต แต่ปีนี้สหรัฐขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือที่ลอยลํากลางทะเล พร้อมยืนยันด้วยว่า การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด เรียกว่าเป็นการชี้แจงที่กระชับและทันต่อเหตุการณ์อย่างยิ่ง …๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวบำนาญ สส. ที่ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” แห่งพรรคไทยภักดีจุดพลุขึ้นมา โดยล่าสุด “สุรทิน พิจารณ์” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ก็ออกมาโต้ว่าไม่ใช่บำนาญ แต่เป็นเงินสวัสดิการที่หักกัน เหมือนกับการทำฌาปนกิจสงเคราะห์ พิโธ่! นี่หรือ สส.เมืองไทย ถ้าเป็นฌาปนกิจสงเคราะห์จริงก็จ่ายแค่ตอนตายสิ ไม่ใช่มาจ่ายให้เป็นรายเดือนไปจนตาย จริงไหม เห็นทั่นผู้แทนแค่เรื่องของตัวเองแท้ๆ ยังมั่วนิ่มได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดถึงเรื่องกฎหมายบ้านเมืองเลยว่าจะออกทะเลขนาดไหน …๐

ท.ศักดิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...