โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทอ. แจง เครื่องบินรบสหรัฐ ขึ้น-ลง สนามบินกระบี่ ไม่เกี่ยวสู้รบ เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง-ส่งตัวผู้ป่วยรักษา ยัน "การขอใช้พื้นที่ทำถูกต้อง ไม่มีลัดขั้นตอน"

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 8 เม.ย.2569 พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงกรณี เครื่องบินทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ใช้ท่าอากาศยานกระบี่ บินขึ้นลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลาย 10 เที่ยวบิน ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยของคนในพื้นที่ว่า มีการมาสำรวจหาที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในฝั่งอันดามันของไทยหรือไม่ หรือเป็นการนำทหารสหรัฐอเมริกามาผ่อนคลายหลังจากเข้าร่วมทำสงครามที่ตะวันออกกลางว่า

กองทัพอากาศกําลังจะออกเป็นเอกสารชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่เกิดขึ้นเป็นประจํา แต่สาเหตุที่ประชาชนตระหนกตกใจ เพราะว่าเป็นครั้งแรก ที่เครื่องบินเหล่านี้ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ ก่อนหน้านั้น จะใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ท่าอากาศยานภูเก็ต หลายครั้ง แต่ในครั้งนี้คนกระบี่ตกใจ ว่าเพราะเหตุใดถึงมาลงที่ท่าอากาศยานกระบี่

โดยปีนี้สหรัฐขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือที่ลอยลํากลางทะเล

พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการสู้รบตะวันออกกลาง เป็นกิจกรรมที่ทําอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และทางสหรัฐมีการขออนุญาตทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน รวมถึงกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีลัดขั้นตอน ส่วนที่เจาะจงใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ไม่เลือกใช้ท่าอากาศยานอื่นเหมือนที่ผ่านมานั้น เนื่องจากท่าอากาศยานอื่นมีปัญหาเรื่องปริมาณเครื่องบินที่ลงมาจอดที่ท่าอากาศยานเป็นจํานวนมาก

“การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด ซึ่งการลงจอดทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง เพียงแต่มาลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่เป็นครั้งแรก คนในพื้นที่จึงตกใจ” โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...