ทริส เผยลดค่าการกลั่นดีเซล กระทบรายได้จำกัด ระยะสั้นไม่กระทบเรทติ้ง
ทริสเรทติ้ง เผยลดค่าการกลั่นดีเซล ผลกระทบรายได้ผู้ประกอบการอยู่ในวงจำกัด ระยะสั้นไม่กระทบด้านเครดิต เหตุเป็นมาตรการยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะค่าการกลั่นจริง
วันที่ 8 เม.ย.2569 ทริสเรทติ้ง ประเมินว่ามติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่กำหนดให้ปรับลดราคาหน้า โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร (เทียบเท่าประมาณ 9.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ที่อัตราแลกเปลี่ยน 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานของโรงกลั่นของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระยะสั้น
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีลักษณะเป็นการจำกัดกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงผิดปกติ มากกว่าการบั่นทอนศักยภาพการสร้างรายได้พื้นฐานของธุรกิจโรงกลั่น มาตรการด้านราคาดังกล่าวถูกนำมาใช้ในช่วงที่ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงผิดปกติ ภายหลังความตึงเครียดด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ค่าการกลั่นอ้างอิง Singapore Complex Gross Refining Margin (GRM) ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 9.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น 20.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำสถิติสูงสุดที่ 41.85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2569
ภายใต้บริบทดังกล่าว การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นมีผลเฉพาะกับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 เท่านั้น ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50–55% ของปริมาณผลผลิตของโรงกลั่นในประเทศไทย เมื่อถ่วงน้ำหนักตามโครงสร้างผลิตภัณฑ์แล้ว ผลกระทบเชิงประสิทธิผลเทียบเท่าการลดค่าการกลั่นประมาณ 4.4–5.4 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงมองว่ามาตรการดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะลดทอนกำไรส่วนเกินในภาวะที่ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษ มากกว่าจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานด้านรายได้ของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ประกอบการ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และแหล่งจัดหาน้ำมันดิบ โดยโรงกลั่นที่มีการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในระดับสูงอาจเผชิญต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจลดทอนความแข็งแกร่งของค่าการกลั่นของผลิตภัณฑ์ลงบางส่วน และส่งผลให้อัตรากำไรมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ทริสเรทติ้งคาดว่าการปรับราคาหน้าโรงกลั่นดังกล่าวจะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมาตรการนี้ดำเนินการภายใต้พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และรัฐบาลได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงความพร้อมในการปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกมาตรการ หากสภาวะตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
โดยสรุป ทริสเรทติ้งเชื่อว่าผลกระทบจะยังอยู่ในวงจำกัดภายใต้บริบทของค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน และไม่ส่งผลกระทบด้านเครดิตในระยะใกล้ เนื่องจากมาตรการมีลักษณะยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะค่าการกลั่นจริง ผลกระทบต่อรายได้รวมจึงน่าจะอยู่ในระดับจำกัด ในขณะที่ความเสี่ยงด้านลบในระยะยาวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมาตรการควบคุมราคาดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าค่าการกลั่นได้กลับสู่ระดับปกติแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้านกฎระเบียบให้กับธุรกิจโรงกลั่น