โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,470-1,500 จุด จับตาดีลหยุดยิงเปราะบาง

Businesstoday

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 02.44 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยมอง SET วันนี้ในกรอบ 1,470-1,500 จุด การหยุดยิงยังอยู่ในภาวะเปราะบาง เน้นหุ้นโซนล่างที่ได้รับอานิสงค์บวกจากสงครามผ่อนคลายชั่วคราวและแนวโน้มงบอยู่ในเกณฑ์ดี แนะนำ GPSC, CPALL

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,485.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือ 1.41% โดยมีแรงซื้อเด่นในกลุ่มท่องเที่ยว ไฟแนนซ์ และค้าปลีก หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่องอีก 2,700 ล้านบาท

สำหรับวันนี้ ประเมินว่า SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,500 จุด แม้บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้างจากข่าวการหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบางสูง หลังอิหร่านออกมาเปิดเผยว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแล้ว อีกทั้งเงื่อนไขและขอบเขตของข้อตกลงยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

ฝั่งอิหร่านและปากีสถานต้องการให้ความขัดแย้งในเลบานอนถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงด้วย ขณะที่สหรัฐและอิสราเอลไม่เห็นด้วย พร้อมกันนี้ อิหร่านยังเตือนว่าอาจถอนตัวจากข้อตกลง หากอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องสำคัญจากอิหร่าน ทั้งการคงสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ การเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร สะท้อนว่าการหยุดยิงครั้งนี้ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง และต้องติดตามพัฒนาการของการเจรจาอย่างใกล้ชิด โดยรองประธานาธิบดี JD Vance เตรียมนำคณะผู้แทนสหรัฐเดินทางสู่อิสลามาบัด และคาดว่าการเจรจารอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นเลือกหุ้นโซนล่างที่แนวโน้มผลประกอบการยังแข็งแกร่ง โดยแนะนำ GPSC และ CPALL

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและมีนัยต่อการลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่ ผลกระทบของสงครามที่เริ่มลุกลามสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังผู้ประกอบการส่งสัญญาณตรงกันว่าต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และธุรกิจรับสร้างบ้าน มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น 5-10% หลังเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อระบุว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี กดดันมุมมองต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น SPALI, LH และ AP จากทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแรง

อีกประเด็นคือธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเหลือ 1.3% พร้อมระบุว่าไทย ลาว และกัมพูชา เป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางด้านพลังงานมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง หากราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงกว่าปกติราว 50% ต่อเนื่อง จะยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและค่าครองชีพ และอาจกระทบค่าแรงในภูมิภาคให้ลดลง 3-4% ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาราคาพลังงานไม่ใช่เพียงแรงกระแทกระยะสั้น แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มกลับมารุนแรงขึ้น หลังฮิซบอลเลาะห์ส่งสัญญาณว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจล่มได้ หากไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน โดยยืนยันว่าความขัดแย้งกับอิสราเอลจะต้องถูกรวมอยู่ในกรอบข้อตกลงด้วย ในขณะที่อิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินในเลบานอน ทำให้ตลาดยังคงกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและขยายวง กระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงานโลก

สำหรับไทย รัฐบาลกำลังเร่งประสานงานผ่านโอมานเพื่อเปิดทางให้เรือไทย 9 ลำที่ติดค้างสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยหนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกปุ๋ยซึ่งมีความสำคัญต่อภาคเกษตร แม้ความพยายามดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มขนส่งและเกษตร แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่าความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง

ในประเทศ รัฐบาลประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ช่วยพยุงต้นทุนภาคธุรกิจ และลดความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานในประเทศ

หุ้นเด่นวันนี้

GPSC ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท
มองว่าผลกระทบจากความเสี่ยงด้านก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในวงจำกัด แม้ไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์คิดเป็น 21% ของการนำเข้าทั้งหมด แต่ PTT ได้จัดหาอุปทานเพิ่มเติมจากสหรัฐแล้ว ขณะที่กำลังการผลิตก๊าซในประเทศยังสามารถเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยได้ อีกทั้งโรงไฟฟ้า GHECO-1 จะกลับมาเดินเครื่องในเดือนเมษายน ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียด้านพลังงานได้ราว 1 พันล้านบาท YoY นอกจากนี้ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง ด้วย net D/E เพียง 0.8 เท่า เปิดทางสำหรับการลงทุนใหม่ในอนาคต

CPALL ราคาเป้าหมาย 57.20 บาท
คาดกำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ราว 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY และ 10.6% QoQ หนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT ที่ฟื้นตัว รายได้ยังได้แรงหนุนจาก SSSG ที่เป็นบวกราว 1-2% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 22.9% เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่มากขึ้น ส่วน valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ PE 13.9 เท่า หรือราว -1.5SD

ปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

วันพฤหัสบดี ตลาดติดตามตัวเลขประมาณการ GDP สหรัฐไตรมาส 4/25 ครั้งสุดท้าย ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 0.7% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อน ต่อด้วยดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ หรือ Core PCE เดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 3.0% YoY ชะลอลงจาก 3.1% YoY ในเดือนก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ 210,000 ราย เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 202,000 ราย

ส่วนวันศุกร์ ติดตามอัตราเงินเฟ้อจีนเดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 1.2% YoY ลดลงจาก 1.3% YoY ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลข CPI สหรัฐเดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 3.4% YoY ขณะที่ Core CPI คาดที่ 2.7% YoY เทียบกับ 2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...