‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,470-1,500 จุด จับตาดีลหยุดยิงเปราะบาง
บล.กสิกรไทยมอง SET วันนี้ในกรอบ 1,470-1,500 จุด การหยุดยิงยังอยู่ในภาวะเปราะบาง เน้นหุ้นโซนล่างที่ได้รับอานิสงค์บวกจากสงครามผ่อนคลายชั่วคราวและแนวโน้มงบอยู่ในเกณฑ์ดี แนะนำ GPSC, CPALL
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,485.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือ 1.41% โดยมีแรงซื้อเด่นในกลุ่มท่องเที่ยว ไฟแนนซ์ และค้าปลีก หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่องอีก 2,700 ล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมินว่า SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,500 จุด แม้บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้างจากข่าวการหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบางสูง หลังอิหร่านออกมาเปิดเผยว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแล้ว อีกทั้งเงื่อนไขและขอบเขตของข้อตกลงยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ฝั่งอิหร่านและปากีสถานต้องการให้ความขัดแย้งในเลบานอนถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงด้วย ขณะที่สหรัฐและอิสราเอลไม่เห็นด้วย พร้อมกันนี้ อิหร่านยังเตือนว่าอาจถอนตัวจากข้อตกลง หากอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องสำคัญจากอิหร่าน ทั้งการคงสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ การเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร สะท้อนว่าการหยุดยิงครั้งนี้ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง และต้องติดตามพัฒนาการของการเจรจาอย่างใกล้ชิด โดยรองประธานาธิบดี JD Vance เตรียมนำคณะผู้แทนสหรัฐเดินทางสู่อิสลามาบัด และคาดว่าการเจรจารอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นเลือกหุ้นโซนล่างที่แนวโน้มผลประกอบการยังแข็งแกร่ง โดยแนะนำ GPSC และ CPALL
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและมีนัยต่อการลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่ ผลกระทบของสงครามที่เริ่มลุกลามสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังผู้ประกอบการส่งสัญญาณตรงกันว่าต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม และธุรกิจรับสร้างบ้าน มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น 5-10% หลังเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อระบุว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี กดดันมุมมองต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น SPALI, LH และ AP จากทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแรง
อีกประเด็นคือธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเหลือ 1.3% พร้อมระบุว่าไทย ลาว และกัมพูชา เป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางด้านพลังงานมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง หากราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงกว่าปกติราว 50% ต่อเนื่อง จะยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและค่าครองชีพ และอาจกระทบค่าแรงในภูมิภาคให้ลดลง 3-4% ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาราคาพลังงานไม่ใช่เพียงแรงกระแทกระยะสั้น แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มกลับมารุนแรงขึ้น หลังฮิซบอลเลาะห์ส่งสัญญาณว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจล่มได้ หากไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน โดยยืนยันว่าความขัดแย้งกับอิสราเอลจะต้องถูกรวมอยู่ในกรอบข้อตกลงด้วย ในขณะที่อิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินในเลบานอน ทำให้ตลาดยังคงกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและขยายวง กระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงานโลก
สำหรับไทย รัฐบาลกำลังเร่งประสานงานผ่านโอมานเพื่อเปิดทางให้เรือไทย 9 ลำที่ติดค้างสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยหนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกปุ๋ยซึ่งมีความสำคัญต่อภาคเกษตร แม้ความพยายามดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มขนส่งและเกษตร แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่าความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง
ในประเทศ รัฐบาลประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ช่วยพยุงต้นทุนภาคธุรกิจ และลดความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานในประเทศ
หุ้นเด่นวันนี้
GPSC ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท
มองว่าผลกระทบจากความเสี่ยงด้านก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในวงจำกัด แม้ไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์คิดเป็น 21% ของการนำเข้าทั้งหมด แต่ PTT ได้จัดหาอุปทานเพิ่มเติมจากสหรัฐแล้ว ขณะที่กำลังการผลิตก๊าซในประเทศยังสามารถเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยได้ อีกทั้งโรงไฟฟ้า GHECO-1 จะกลับมาเดินเครื่องในเดือนเมษายน ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียด้านพลังงานได้ราว 1 พันล้านบาท YoY นอกจากนี้ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง ด้วย net D/E เพียง 0.8 เท่า เปิดทางสำหรับการลงทุนใหม่ในอนาคต
CPALL ราคาเป้าหมาย 57.20 บาท
คาดกำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ราว 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY และ 10.6% QoQ หนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT ที่ฟื้นตัว รายได้ยังได้แรงหนุนจาก SSSG ที่เป็นบวกราว 1-2% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 22.9% เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงที่มากขึ้น ส่วน valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ PE 13.9 เท่า หรือราว -1.5SD
ปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันพฤหัสบดี ตลาดติดตามตัวเลขประมาณการ GDP สหรัฐไตรมาส 4/25 ครั้งสุดท้าย ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 0.7% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อน ต่อด้วยดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ หรือ Core PCE เดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 3.0% YoY ชะลอลงจาก 3.1% YoY ในเดือนก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ 210,000 ราย เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 202,000 ราย
ส่วนวันศุกร์ ติดตามอัตราเงินเฟ้อจีนเดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 1.2% YoY ลดลงจาก 1.3% YoY ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลข CPI สหรัฐเดือนมีนาคม ซึ่งตลาดคาดที่ 3.4% YoY ขณะที่ Core CPI คาดที่ 2.7% YoY เทียบกับ 2.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า