บางจาก เตรียมเข้าชี้แจงรมว.พลังงาน หลังไม่ร่วมวงถกค่าการกลั่น
บางจาก เคลียร์ไม่ร่วมวงถกค่าการกลั่นเพราะติดภารกิจ เตรียมเข้าชี้แจงรมว.พลังงาน รับวิกฤติพลังงานค่าประกันภัยพุ่ง 100 เท่า ยันไทยมีเสถียรภาพด้านพลังงาน ซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าถึงมิ.ย.แล้ว
วันที่ 9 เม.ย. 2569 จากกรณีมีกระแสข่าวว่ากลุ่มบริษัทบางจากไม่ได้เข้าร่วมการประชุมโครงสร้างค่าการกลั่นกับกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) กล่าวว่า บริษัทยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทุกเรื่อง
พร้อมชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนด้านการสื่อสาร เนื่องจากผู้บริหารติดภารกิจ (รวมนายชัยวัฒน์)จึงอาจทำให้เกิดความสับสน โดยหลังจากนี้บริษัทจะเข้าชี้แจงกับ รมว.พลังงาน
นายชัยวัฒน์ ได้แสดงความเห็นกรณีการลดค่าการกลั่นลง 2 บาท ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานว่า ประเทศไทยมีการปันส่วนน้ำมันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2516 หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่าไทยมีระบบที่สามารถตอบโจทย์กับสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีมาก
“มาตรการต่างๆที่ออกมาเป็นการดูแลประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งตราบใดที่ยังอยู่บนกลไกลของตลาด ก็เชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ”
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่าหลายประเทศเริ่มมีกระบวนการปันส่วนน้ำมันแล้ว แต่ไทยยังมีน้ำมันให้ใช้ อีกทั้งราคาขายปลีกถือว่าเกือบถูกที่สุดในภูมิภาค จึงมองว่าไทยมีระบบกลไกลอาจจะซับซ้อน แต่ตอบโจทย์การให้คนไทยมีน้ำมันใช้ในราคาที่เหมาะสม
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าบริษัทจ่ายเงินให้กับรัฐบาลอิหร่านเพื่อให้นำเรือผ่านออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซได้นั้น นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่ได้ดำเนินการผ่านช่องทางการทูต โดยส่งจดหมายขอความอนุเคราะห์ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศไทยได้ส่งหนังสือไปยังสถานทูตอิหร่าน จนกระทั่งได้รับแจ้งข่าวดีว่าเรือสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
"ยอมรับว่าต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบล็อตนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรือที่มาจากอิรักและคูเวต ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140-150 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากภาวะสงคราม (War Risk Premium) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100 เท่า เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและต้นทุนที่สูงขึ้น"
นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงแผนการจัดหาน้ำมันดิบว่า จะทยอยจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทน ผ่านบริษัท BCP Trading โดยจะมีทั้งการนำเข้าจากประเทศอาร์เจนตินา โคลอมเบีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งมากกว่า หรือประมาณ 45-60 วัน จากเดิมที่นำเข้าจากตะวันออกกลางใช้เวลาประมาณ 15 วัน ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ก็ทำให้มีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ พร้อมยืนยันว่าโรงกลั่นทั้งสองแห่งกำลังเดินเครื่องจักรเต็มกำลังการผลิตที่กว่า 290,000 บาร์เรลต่อวัน
สำหรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่มีต่อผลประกอบการของ BCP นั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า การขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss)เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดโลก เช่นเดียวกับปี 2568 ที่บริษัทบันทึกขาดทุนสต็อกน้ำมันกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันโลกลดลง อาจเผชิญกับขาดทุนสต็อก แต่ในฐานะผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมในการรักษาเสถียรภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับราคาหน้าปั๊มที่เหมาะสมและมีผลิตภัณฑ์ใช้อย่างเพียงพอ
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้มีความกังวลด้านความมั่นคงด้านพลังงาน นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าประเทศไทยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบางจากมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอสำหรับการกลั่นต่อเนื่องนานถึง 60 วัน และได้มีการสั่งซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าไปจนถึงเดือนมิถุนายนแล้ว
เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ภายหลังการแถลงข่าวของผู้บริหารบางจากในช่วงเช้า ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกันนายชัยวัฒน์ พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก เข้าพบและแสดงความยินดีกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมหารือประเด็นสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน ณ สัปปายะสภาสถาน