จีนผงาดเป็น ‘ฮับระดมทุนโลก’ ยามช่วงสงครามคุกกรุ่น
ในระหว่างที่สงครามอิหร่านกำลังคุกกรุ่น การออก “ตราสารหนี้สกุลเงินหยวน” โดยผู้ออกต่างชาติและเสนอขายในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ“แพนด้าบอนด์” กลับมา “พุ่งแรง” ในเดือนนี้ แซงหน้าการระดมทุนในตลาดนอกประเทศ สะท้อนว่าตลาดในจีนที่มีขนาดใหญ่ ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านน้อยกว่า
ตราสารหนี้ที่เรียกว่า “แพนด้าบอนด์” มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 27,800 ล้านหยวนในเดือนมีนาคม และมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดของเดือนนี้
ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้หยวนนอกประเทศ (Offshore) โตช้าลงมาก เพราะแผนออกตราสารหนี้ทั่วโลกสะดุดจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เห็นชัดว่า “ตลาดในจีน” มีความทนทานต่อความผันผวนจากภายนอกมากกว่า
เล่ย หวัง หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ S&P Global Ratings ระบุว่า ตลาดนอกประเทศมีความยืดหยุ่นก็จริง แต่ “เปราะบางต่อแรงกระแทกจากโลกมากกว่า”
ขณะที่แพนด้าบอนด์พิสูจน์แล้วว่า “เสถียรและทนทาน” จึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับบริษัททั่วโลก นอกจากเรื่องต้นทุนที่ถูกกว่า
ตัวอย่างผู้ออกตราสารหนี้รายใหญ่เดือนนี้ ได้แก่ BNP Paribas (ออกครั้งแรก), United Overseas Bank (ออกซ้ำ) โดยแต่ละรายระดมทุนได้ 5,000 ล้านหยวนในสัปดาห์เดียว
เหตุผลสำคัญคือ ตลาดในจีนมีนักลงทุนภายในประเทศจำนวนมาก ทำให้มีสภาพคล่องสูง แม้ในช่วงโลกผันผวน เช่น สงครามตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากธนาคารUOB ระบุว่า นักลงทุนจีนซื้อตราสารหนี้ล่าสุดถึง 78% เพิ่มจาก 38% ในปี 2019 และ 65% ในปี 2024 ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้มักถือยาว ทำให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น
ในทางกลับกัน ตราสารหนี้หยวนนอกประเทศที่เรียกว่า “ติ่มซำบอนด์” เริ่มชะลอตัว โดยเดือนมีนาคมออกได้ 35,000 ล้านหยวน โตแค่ราว 10% หลังจากช่วงต้นปีเคยพุ่งถึง 120%
เหตุผลคือ ตลาดนอกประเทศยังอิงกับดอกเบี้ยดอลลาร์ กระแสเงินทุนโลก ทำให้ “ผันผวนง่ายกว่า”
ถ้าสงครามยังยืดเยื้อ ตลาดในจีนอาจ “น่าสนใจกว่า” สำหรับบริษัทต่างชาติ เพราะจีนได้รับผลกระทบจากสงครามน้อยกว่า นโยบายการเงินไม่ขึ้นกับสหรัฐ และอีกจุดสำคัญคือ “ดอกเบี้ยต่ำของจีน” ยิ่งทำให้แพนด้าบอนด์ได้เปรียบ
อ้างอิง: bloomberg