Goldman Sachs ชี้ “หุ้นเทคสหรัฐ” มูลค่าลดลง เปิดจังหวะลงทุน
Goldman Sachs มอง "หุ้นเทคสหรัฐ" เริ่มน่าสนใจ หลังราคาปรับลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจังหวะสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 16.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Goldman Sachs เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงหุ้นในสหรัฐ กำลังมีมูลค่าที่ถูกลง หลังจากเผชิญช่วงเวลาที่ผลตอบแทนอ่อนแอเมื่อเทียบกับตลาดในภาพรวม
Goldman Sachs ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยีให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดช่วงหนึ่งในรอบเกือบ 50 ปี โดยมีหลายปัจจัยกดดัน ทำให้นักลงทุนโยกเงินไปยังหุ้นกลุ่ม Value มากขึ้น ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวโมเดล AI จากจีน เช่น DeepSeek การลงทุน (capex) ขนาดใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจาก AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
อย่างไรก็ตาม Goldman มองว่าปัจจัยเหล่านี้กลับสร้างโอกาสให้กับนักลงทุน เนื่องจากแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลง แต่ว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง
ในสหรัฐ ส่วนต่างมูลค่า (valuation premium) ของบริษัทเทคขนาดใหญ่ (hyperscalers) ปรับลดลงมาใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรม ในระดับโลก หุ้นกลุ่ม IT ยังมีค่า P/E ต่ำกว่าหลายอุตสาหกรรม เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย (discretionary สินค้าจำเป็น (staples) และอุตสาหกรรม (industrials)
Goldman ระบุว่า มูลค่าหุ้นเทคเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในอนาคต ลดลงต่ำกว่าตลาดโลกโดยรวม ทำให้เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น
อีกปัจจัยที่เพิ่มความน่าสนใจ คือ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดย Goldman มองว่า รายได้ของบริษัทเทคไม่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจมากนัก และอาจได้ประโยชน์หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น จึงมีแนวโน้มเป็นหุ้นเชิงป้องกัน (defensive) ในระยะสั้น
แม้มูลค่าหุ้นจะลดลง แต่ผลประกอบการยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในกลุ่ม S&P 500 ตลาดคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของกลุ่ม IT จะโตถึง 44% คิดเป็น 87% ของการเติบโตกำไรทั้งหมดของดัชนีในไตรมาสแรก
Goldman ยังระบุว่าการปรับประมาณการกำไร (earnings revisions) ของกลุ่มเทคเป็นบวกมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดช่องว่างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ระหว่างราคาหุ้นและการเติบโตของกำไร
อ้างอิง : reuters.com