สว.สายสื่อ เตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ปลายปี 69 ชี้งบขุดลอกคูคลองขาด เสี่ยงซ้ำรอยวิกฤติใหญ่
สัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมเริ่มชัดขึ้นอีกครั้งในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 18 สายสื่อมวลชนและผู้สร้างวรรณกรรม ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดงบประมาณในการขุดลอกคูคลอง ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2569
นายไชยยงค์ ระบุว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ได้มีขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลจำนวนมากไหลสะสมอยู่ในคูคลองและท่อระบายน้ำในเขตเทศบาล แม้จะมีการดำเนินการขุดลอกไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอ อีกทั้งยังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งภายใน รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจากเงินสะสมของเทศบาลถูกใช้ไปจนเกือบหมด เหลือเพียงงบฉุกเฉินที่ไม่สามารถนำมาใช้กับการขุดลอกได้
ขณะเดียวกัน งบประมาณจากส่วนกลางยังไม่ได้รับการอนุมัติ ส่งผลให้สภาพคูคลองและท่อระบายน้ำยังเต็มไปด้วยขยะ หากเกิดฝนตกหนักเพียง 1-2 ชั่วโมง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการสื่อสารของผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยเฉพาะกรณีการโพสต์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาคูคลอง ซึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารดำเนินนโยบายบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้พิจารณาปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่เร่งด่วน เช่น งบก่อสร้างโรงพยาบาลมูลค่า 200 ล้านบาท หรือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยังไม่เห็นผลชัดเจน เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน
นายไชยยงค์ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการมีแผนป้องกันน้ำท่วมที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยไม่เพียงแต่เทศบาลนครหาดใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน ต้องเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 รวมถึงการรับมือมวลน้ำจากฝั่งตะวันออก อาทิ เทือกเขาคอหงส์ และพื้นที่อำเภอนาหม่อม
ทั้งนี้ เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้มีความกังวลว่า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่อาจต้องเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่อีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่หาดใหญ่ยังไม่สามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปี 2568 ได้อย่างเต็มที่ เงินช่วยเหลือยังไม่ทั่วถึง ขณะที่เงินกู้ที่รัฐบาลเคยให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนก็ยังไม่มีความคืบหน้า หากเกิดน้ำท่วมซ้ำอีกในปีนี้ อาจกลายเป็นวิกฤติซ้ำซ้อนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้