วิกฤติแก้วขมิ้นกัมพูชาทะลัก ทุบราคามะม่วงแปดริ้ว เสี่ยงเน่าคาสวนซ้ำรอยเดิม
สถานการณ์มะม่วงในพื้นที่แปดริ้วส่อเค้ากลับสู่วิกฤติอีกครั้ง หลังพบการลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศกัมพูชาเข้ามาจำหน่ายในราคาต่ำผิดปกติ กระทบต่อราคามะม่วงไทยโดยตรง จนเกษตรกรหวั่นซ้ำรอยปัญหาราคาดิ่งและผลผลิตเน่าคาสวน
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่า เกษตรกรชาวสวนมะม่วงในพื้นที่ต่างแสดงความกังวล หลังมีเบาะแสการลำเลียงมะม่วงแก้วขมิ้นกัมพูชาทางเรือผ่านจังหวัดชลบุรี ก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดค้าส่งรายใหญ่ เช่น ตลาดสี่มุมเมือง โดยตั้งราคาขายต่ำเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 1 บาท
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อราคามะม่วงในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาด
นายอำนาจ ตันเฉี่ยง ประธานสหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรเคยเผชิญปัญหามะม่วงนำเข้าทำราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท จนต้องปล่อยให้มะม่วงร่วงเน่าคาต้นจำนวนมาก
แม้ปีนี้สถานการณ์เริ่มฟื้น ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3-4 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากมะม่วงจากกัมพูชาทะลักเข้ามาอีกครั้ง จะทำให้มะม่วงไทย โดยเฉพาะพันธุ์ทวายเดือน 9 ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้
“ถ้าของเขาเข้ามาอีก มะม่วงไทยจะขายไม่ออกทันที สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เน่าคาสวน เพราะไม่คุ้มค่าแรงเก็บ” นายอำนาจกล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่าโรงงานแปรรูปบางแห่งเริ่มหันไปใช้มะม่วงแก้วขมิ้นราคาถูกแทนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส่งผลกระทบต่อการระบายผลผลิตมะม่วงตกเกรดของไทยโดยตรง
ขณะที่นายมานพ แก้ววงษ์นุกูล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางคล้า ระบุว่า ตลาดส่งออกอย่างเกาหลีใต้ก็มีแนวโน้มราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญแรงกดดันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศพร้อมกัน
ด้าน น.ส.วิณลดา บุญวรภัสร์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ทางจังหวัดเตรียมเรียกประชุมเกษตรกรเพื่อหาแนวทางรับมือ พร้อมจัดงาน “วันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว ครั้งที่ 55” ระหว่างวันที่ 3–12 เมษายน 2569 ณ สนามโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังสะท้อนถึงปัญหาซ้ำเติมจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล และข้อจำกัดในการจัดหาน้ำมันสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว
ทั้งนี้ เกษตรกรเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบและสกัดการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างจริงจัง ควบคู่กับมาตรการพยุงราคาและช่วยเหลือด้านต้นทุน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติครั้งนี้ลุกลามซ้ำรอยความเสียหายในอดีต และรักษาเสถียรภาพของมะม่วงไทยในระยะยาว