โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"นายกฯ อนุทิน" สั่งลุยปราบขบวนการกักตุนน้ำมันและลักลอบส่งออก ผนึกทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้ม

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

รัฐบาลเอาจริง! ลุยปราบขบวนการกักตุนน้ำมันและลักลอบส่งออก ผนึกทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้ม ย้ำชัดบริหารจัดการพลังงานรัดกุม สร้างความเชื่อมั่นประชาชน น้ำมันเพียงพอช่วงสงกรานต์ เตรียมตั้ง ศบก. พลัส

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 11.15 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 9/2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงยุติธรรม ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมแถลงถึงมาตรการตรวจสอบ ติดตาม และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันและลักลอบส่งออก

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ภายใต้พระราชกำหนดว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีอิทธิพลเพียงใด หากพบการเอาเปรียบประชาชนหรือบั่นทอนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศร.ชล. กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันทั้งรายใหญ่และรายย่อย (jobber) อย่างเข้มข้น โดยจากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พบพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ได้แก่
(1) การประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล โดยจอดเรือลอยลำเพื่อรอการปรับขึ้นราคาก่อนนำส่งเข้าสู่ระบบ
(2) การปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการหรือผู้รับปลายทาง
(3) การลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนและขยายผล

นอกจากนี้ ยังตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลปริมาณน้ำมันระหว่างระบบรายงานของหน่วยตรวจสอบกับข้อมูลจากโรงกลั่นและการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยจะประสานข้อมูลการเดินเรือจาก ศรชล. และขยายผลตรวจสอบการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยืนยันว่าการส่งออกเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสวงหากำไรเกินควรในช่วงวิกฤตพลังงานโลก ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพยุงราคาพลังงาน ปัจจุบันมีภาระขาดทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระประชาชน มิใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการกักตุนหรือลักลอบส่งออก จึงจำเป็นต้องเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...