โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การรวมตัวกันเต้นของกลุ่มเด็กหญิงในดีซี เพื่อประท้วง หลังความคืบหน้าของคดี Epstein เงียบหาย และทรัมป์ยังบอกให้ชาวอเมริกัน ‘มูฟออนได้แล้ว’

Mirror Thailand

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 09.15 น.
ภาพไฮไลต์

เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งปิดตาตัวเองด้วยผ้าสีดำ เคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่สะท้อนความโกรธเกรี้ยว ไม่เพียงเพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของการถูกทำให้มองไม่เห็น ความจริงที่ถูกใครบางคนขีดฆ่าบิดเบือนและปกปิดโดยผู้มีอำนาจ มันยังแฝงนัยยะที่หมายถึงบรรดาเด็กสาวมากมายผู้ตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ของ Jeffrey Epstein ที่ทำให้อนาคตของพวกเธอต้องถูกทำลาย ซ้ำยังถูกปิดปากไม่ให้พูดความจริง และอีกหลายชีวิตก็ต้องถูกทำให้สาบสูญ โดยที่ผู้กระทำผิดจำนวนมากกลับยังคงลอยนวล ไม่ได้รับโทษใดๆ

นี่คือการเต้นร่วมสมัยสร้างสรรค์ที่ชื่อว่า ‘ResistDance vs Redaction’ โดยกลุ่มเด็กผู้หญิงนักเต้นจำนวน 12 คน ที่ทำการแสดงหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ในวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อใช้มันเป็นการประท้วงและทวงถามถึงความคืบหน้าของคดีค้ามนุษย์สะเทือนโลก

การแสดงชุดนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ Melania Trump สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิงกับเจ้าพ่อนักค้ามนุษย์ เมื่อก่อนหน้านี้เอกสารลับ 3 ล้านหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดโปง ปรากฏชื่อของประธานาธิบดี Donald Trump ว่าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ Epstein รวมถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ตามมาอย่างการปลด Pam Bondi อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากได้รับแรงกดดันเรื่องการทำงานอย่างไม่โปร่งใสและมีความพยายามในการปิดบังข้อมูลใน Epstein Files

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เองที่นำมาสู่การแสดงออกด้วยการประท้วงเชิงสร้างสรรค์ของกลุ่มนักเต้นหญิง ซึ่งตั้งใจใช้เพลง Live to Tell ของ Madonna เวอร์ชั่นร้องประสานเสียงของเด็กๆ เพื่อสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ในประเทศนี้จะไม่ยอมเพิกเฉย แต่จะต่อต้านระบบยุติธรรมอันล้มเหลวที่ไม่พร้อมจะปกป้องอนาคต สิทธิเสรีภาพ และสวัสดิภาพของพวกเขา

เด็กผู้หญิงนักเต้นทั้งหมดสวมชุดเลียวทาร์ส (Leotards) ที่ถูกพิมพ์เป็นลายข้อความในเอกสารดคีความ ‘Jane Doe 4’ ที่ว่าด้วยคำให้การของเด็กสาวผู้เยาว์รายหนึ่งซึ่งอ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยประธานาธิบดี Donald Trump แต่ข้อความดังกล่าวกลับเป็นหนึ่งในเอกสาร Epstein Files ที่หายไปอย่างลึกลับ หลังจากการเปิดโปงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้

‘ResistDance vs Redaction’ ถูกต่อยอดมาจาก ‘ResistDance’ การเต้นร่วมสมัยเชิงประท้วงที่สร้างสรรค์โดยกลุ่ม First Amendment Troop นำโดยผู้กำกับ Brian Buckley ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง Renée Good และ Alex Pretti พลเรือนชาวอเมริกันที่ถูกตำรวจ ICE ยิงเสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แม้ Donald Trump จะบอกว่าให้อเมริกามูฟออนจากเรื่อง Epstein ได้แล้ว แต่การแสดงของเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้อาจเป็นเครื่องยืนยันว่า พวกเธอ รวมถึงประชาชนอเมริกันไม่มีวันยอมให้เรื่องนี้เงียบหายไปง่ายๆ โดยที่คนผิดไม่ได้รับโทษ

“การที่เรารับรู้ว่ามีเด็กผู้หญิงวัยเดียวกันกับเราต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ มันทำให้เรารู้สึกเศร้าและโกรธมาก” Devyn Scherff นักเต้นวัย 15 กล่าวถึงเจตนารมณ์ของการแสดงเพื่อต่อต้านระบบครั้งนี้ “การเต้นคือการระบายความโกรธแค้นไม่พอใจของพวกเรา ซึ่งฉันหวังว่ามันจะทำให้ผู้คนรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้างค่ะ”

“เด็กผู้หญิงกลุ่มนี้กำลังแสดงความกล้าหาญกับประเทศของพวกเขาที่ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง ถ้าเรายังคงยอมรับการล่วงละเมิดเหล่านี้ ต่อไปมันก็จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ” Matthew Steffens ผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับการเเเสดงชุดนี้กล่าว “ผมมีหลานสาว 3 คนที่กำลังอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับบรรดาเหยื่อ ผมไม่อยากให้พวกเธอต้องเจอเรื่องเลวร้ายที่พวกผู้ชายเหล่านั้นทำกับเด็กผู้หญิงเลย”

อ้างอิง

https://lbbonline.com/news/Dancers-Perform-ResistDance-Protest-at-Kennedy-Center-over-Trump-Linked-Epstein-Allegations

บทความต้นฉบับได้ที่ : การรวมตัวกันเต้นของกลุ่มเด็กหญิงในดีซี เพื่อประท้วง หลังความคืบหน้าของคดี Epstein เงียบหาย และทรัมป์ยังบอกให้ชาวอเมริกัน ‘มูฟออนได้แล้ว’

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...