โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5คลังน้ำมันเตรียมหนาว ดีเอสไอรอเช็กพันกักตุน

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดีเอสไอลุยสอบ 3 กรณีกักตุนน้ำมัน พร้อมคุ้ยกรณีน้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ฯ กว่า 60 ล้านลิตร 5 คลังเตรียมหนาว! “ยุทธนา” รอข้อมูลตำรวจหากพบมีเอี่ยวแยกเป็นรายละคดี

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าสอบสวนกรณีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า เบื้องต้นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 จะสอบสวนการกักตุนน้ำมัน 3 กรณี คือ 1.บริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.กรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) และ 3.กรณีเรื่องสืบสวนที่ดีเอสไอร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และภาคีเกี่ยวข้อง กรณีมีเรือวิ่งรับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีน้ำมันล่องหนกลางทะเล 57-60 ล้านลิตร โดยพบจำนวนเที่ยวเรือเกี่ยวข้อง 99 เที่ยว และนอกจากนี้จะได้ทยอยรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษอีก โดยเฉพาะเกี่ยวกับการสอบสวนบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงข่าว

“กรณีร่วมสืบสวนสอบสวนกับ ศรชล. ซึ่งพบความผิดปกติของเที่ยวเรือที่รับน้ำมันจากโรงกลั่นในภาคตะวันออกและแล่นไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติ 3 ลักษณะ คือ 1.ตรวจพิกัดการเดินของเรือพบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือของเรือ 12 ลำจาก 8 บริษัท วิ่งช้ากว่าปกติ และใน 20 เที่ยวเรือนี้มี 10 เที่ยวเรือที่ปิดสัญญาณระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ 2.บริษัทคลังน้ำมันดังกล่าวรับน้ำมันไปปริมาณเท่าใดและระหว่างทางมีน้ำมันไปแจกจ่ายที่ใดบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างนำตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบ และ 3.กรณีคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี มีพฤติกรรมประวิงการจำหน่าย ประวิงการส่งมอบน้ำมัน หรือปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันหรือไม่”

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวต่อว่า ส่วนปริมาณน้ำมันที่ล่องหนกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี 57-60 ล้านลิตรนั้น พบมี 10 บริษัทเกี่ยวข้อง ขณะที่กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ใน จ.อ่างทอง ที่ถูกตำรวจ ปคบ.ดำเนินคดีนั้นอยู่ในเครือของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือที่รู้จักกันในวงการว่า เสี่ยตือ คอสโม่ หรือไม่นั้น ตามที่ได้รับสำนวนมาเบื้องต้นก็พบว่าบริษัท ทริลเลี่ยนฯ ถูกดำเนินคดีปลอมปนน้ำมัน แต่เมื่อมีมติ กคพ.จึงได้รับโอนเรื่องมาสอบสวนขยายผลว่าน้ำมันที่อยู่ในคลัง จ.อ่างทอง เป็นน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนฯ หรือเป็นน้ำมันของคลังที่เป็นบริษัทที่อยู่ในพระราม 2 ที่มีชื่อของบุคคลดังกล่าวหรือนิติบุคคลรายใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบคดีพิเศษที่ 59/2569 ได้ออกหมายเรียกพยานเป็นผู้บริหารบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือ 12 ลำ หลังพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันล่าช้า ในจำนวน 20 เที่ยวเรือ มาเริ่มการสอบสวนปากคำในสัปดาห์หน้า ขณะที่วันนี้ได้เข้าพบผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอข้อมูลหลังลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณ 2.1 ล้านลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลมาแล้วจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.อ่างทอง ตรวจสอบกรณีขายน้ำมันเกินราคาและขายน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน ซึ่ง บช.ก.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาว่าจะเสนอรับเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่

สำหรับกรณี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงตรวจพบ 5 คลังน้ำมันมีพฤติการณ์ผิดปกติ แบ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และบริษัทคลังน้ำมัน ตามมาตรา 10 จำนวน 2 แห่งที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่จ่ายน้ำมันออกไปนั้น พ.ต.ต.ยุทธนายืนยันว่า จากการรับฟังข้อมูลของตำรวจ พบว่าเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่มีพฤติการณ์กระทบต่อระบบเศรษฐกิจและกระทำในลักษณะกระบวนการ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับโอนมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยถ้าหากในแต่ละคลังไม่มีความเชื่อมโยงกันต้องแยกเป็น 5 เรื่อง 5 กรณี ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างประสานงานรับโอนสำนวน

ขณะเดียวกัน กรณีพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับบริษัท พีซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุม เมื่อวันที่ 4 เม.ย.นั้น ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้เสียหายแล้ว เบื้องต้นมีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่ามีการกักตุนและประวิงเวลาตามที่ผู้เสียหายแจ้งความ แต่เนื่องจากเป็นคดีดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงจะส่งมอบสำนวนการสอบสวนให้ดีเอสไอในวันที่ 20 เม.ย.นี้

วันเดียวกัน นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม สรรพสามิตพื้นที่ตราด รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเรือยนต์ชื่อ ส.สุภาพร 5 หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันผิดกฎหมายเข้ามาในเขตน่านน้ำไทย ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือ ป.เกษมศิริ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และตรวจสอบภายในเรือ พบน้ำมันเถื่อน (ดีเซล) บรรจุอยู่ในถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 19 ถัง รวมปริมาตรน้ำมันทั้งสิ้น 3,800 ลิตร โดยผู้ต้องหาสารภาพว่าซื้อน้ำมันดังกล่าวมาในราคาลิตรละ 28-30 บาท โดยไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือหลักฐานทางกฎหมายมายืนยัน ซึ่งซื้อมาจากกลางทะเล มีเรือลำใหญ่เป็นผู้ขาย โดยใช้วิธีลำเลียงใส่เรือเล็กอีกลำก่อนจะมาส่งต่ออีกที ส่วนน้ำมันที่ซื้อมานั้นจะนำไปใช้สำหรับการทำประมง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งนายสุรชัย รื่นจิตต์ อายุ 62 ปี ที่เป็นเจ้าของเรือรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยินยอมชำระค่าปรับตามระเบียบ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางไปเปรียบเทียบปรับ 5 เท่าคือ น้ำมัน 3,800 ลิตร x ภาษี 7.44 บาท เป็นเงิน 28,272 บาท บวกค่าปรับ 5 เท่า เป็นเงิน 141,360 บาท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...