กนอ. ผนึก แอสตร้าเซนเนก้า ลงพื้นที่ GC และ เอสซีจี ยกระดับดูแลปอดเชิงรุก
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 09.19 น. • The Bangkok Insightกนอ. ผนึก แอสตร้าเซนเนก้า ยกระดับดูแลปอดเชิงรุก ลงพื้นที่ GC และ เอสซีจี คัดกรอง–เอกซเรย์ AI ตรวจพบเร็ว รักษาไว
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อโครงการด้านสังคมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคลากรในเขตนิคมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเอ็กซ์เรย์ปอด ด้วย AI เพื่อคัดกรองความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม พร้อมเดินหน้าจัดเสวนาให้ความรู้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแชร์ประสบการณ์จริงจากนักแสดง เอ๋–พรทิพย์ สกิดใจ ยกระดับการดูแลสุขภาพปอดเชิงป้องกัน แก่พนักงาน บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี)
ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. มุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชั้นนำ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ตามแนวทางเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Town)
กนอ. ได้ร่วมกับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดำเนิน โครงการด้านสังคมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคลากรในเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการตรวจคัดกรองสุขภาพปอดให้แก่บุคลากรในนิคมอุตสาหกรรม ในจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง กรุงเทพ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมให้ความรู้การดูแลสุขภาพปอดเชิงป้องกัน
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ "ความร่วมมือเชิงระบบ" ที่จะช่วยสร้างฐานข้อมูลสุขภาพแรงงานเชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและแนวทางดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพแรงงานไทยอย่างยั่งยืน
คุณโสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้า มุ่งมั่นในการยกระดับการดูแลสุขภาพด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัทฯ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โครงการฯ ได้ร่วมกับ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) จัดกิจกรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้แก่พนักงาน เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพปอดด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพปอดและและการตรวจคัดกรองโรคอย่างเหมาะสมเพื่อค้นหาโรคหรือภาวะเสี่ยงในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่แสดงอาการ เพื่อให้ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ทันเวลา เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด
นอกจากการตรวจเอ็กซ์เรย์ปอดแล้ว ยังมีการให้ความรู้ผ่านเสวนา ในหัวข้อ ตรวจป(ล)อดภัย รู้ไว รักษาได้ มุ่งสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพปอดเชิงรุกและเฝ้าระวังปอดจากปัจจัยเสี่ยง เช่น ฝุ่น PM2.5 เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งปอด เพราะหากตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า ความรุนแรงของ PM 2.5 คือ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจลึกถึงถุงลมปอด และบางส่วนยังทะลุเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองหรือระบบหลอดเลือด
เมื่อฝุ่นเหล่านี้เข้าสู่ปอดจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อปอด ทำให้ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเอง เกิดเป็นพังผืด ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคถุงลมโป่งพอง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง นอกจากนี้ฝุ่น PM2.5 ยังสามารถกระตุ้นให้อาการของโรคเดิม เช่น หอบหืดกำเริบเฉียบพลันได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราควรตระหนักและป้องกันการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคปอดในระยะยาว
นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า มะเร็งปอดเป็นโรคที่คนเป็นมากเป็นอันดับ 2 ในไทย แต่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับหนึ่งมากกว่ามะเร็งชนิดอื่นถึงสองเท่า และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยเสี่ยง อาทิ ฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ และสารก่อมะเร็ง ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ อายุน้อย ร่างกายแข็งแรงก็สามารถเป็นมะเร็งปอดได้
ปัญหาสำคัญคือ ผู้ป่วยจำนวนมากมักตรวจพบโรคเมื่ออยู่ในระยะลุกลามแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาลดลง ทั้งที่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะระยะที่ 1 โอกาสหายขาดภายใน 5 ปีสูงถึง 92% ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ โดยวิธีที่มีความแม่นยำสูง คือการตรวจ Low-dose CT Scan ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอดภายใต้การกำกับของแพทย์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับจุดผิดปกติที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น”
ขณะที่ เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ นักแสดง เล่าถึงประสบการณ์หลังเคยป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 1 ว่า “เอ๋เป็นคนที่ดูแลสุขภาพมาโดยตลอด นอนหลับวันละประมาณ 8-10 ชั่วโมง ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ไม่สูบบุหรี่ และใส่หน้ากากทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 จึงไม่เคยคิดว่าจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด
การตรวจพบครั้งนี้ มาจากการตรวจสุขภาพพร้อมคุณป๋อ สามี ก่อนหน้านั้นเคยตรวจ Low-dose CT Scan พบเงาเล็ก ๆ ในปอด แพทย์แนะนำให้ติดตาม เมื่อตรวจครั้งถัดไปพบว่าจุดดังกล่าวใหญ่ขึ้นและน่าสงสัย จึงผ่าตัด และผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดระยะ 1A1 ระยะเริ่มต้น รักษาได้ด้วยการผ่าตัดและมีโอกาสหายขาด 90% โดยไม่ต้องรับยาต่อ
ช่วงแรกยอมรับว่าช็อกมาก อยากฝากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ ตรวจเป็นประจำ และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ฝุ่นควัน เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสหายขาดได้
สำหรับกิจกรรมตรวจป(ล)อดภัย ด้วยนวัตกรรม AI ได้ลงพื้นที่ให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพปอดให้กับพนักงานของ GC ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดระยอง และเอสซีจี สำนักงานใหญ่ รวมกว่า 1,400 คน ผ่านแบบประเมินความเสี่ยงโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และเอกซเรย์ทรวงอกด้วยระบบ AI-Assisted Chest X-Ray Inspectra CXR จากบริษัท เพอร์เซปตรา (Perceptra) สตาร์ทอัพเทคโนโลยีสุขภาพสัญชาติไทย ซึ่งสามารถตรวจหาความผิดปกติเกี่ยวกับโรคปอดได้ 8 ประเภท ด้วยความแม่นยำรวม 98.9% และช่วยลดเวลาอ่านผลเบื้องต้นของแพทย์ได้ถึง 70% เพิ่มโอกาสค้นพบโรคในระยะแรกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แอสตร้าเซนเนก้า จับมือศิริราช ร่วมมือวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสผู้ป่วยมะเร็ง
- แอสตร้าเซนเนก้า เปิดตัว 'เอ.แคตตาลิสท์ เน็ตเวิร์ค ประเทศไทย' เครือข่ายนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
- 'แอสตร้าเซนเนก้า' ร่วมกิจกรรม 'ตรวจป(ล)อดภัย ด้วยนวัตกรรม AI' สร้างต้นแบบโมเดลสุขภาพแรงงานไทยยั่งยืน
ติดตามเราได้ที่