โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Netflix ในวันที่ไร้เงาของ Reed Hastings และเหตุผลที่ราคาหุ้นร่วง 9% หลังประกาศงบ

Finnomena

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 04.32 น. • Finnomena

Netflix (NFLX) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ด้วยตัวเลขที่ดูแข็งแกร่ง รายได้แตะ 12.25 พันล้านดอลลาร์ (โต 16% YoY) และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 5.28 พันล้านดอลลาร์ (โต 82.8% YoY) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงแรงถึง 9% หลังการประกาศงบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตและภาระต้นทุนในระยะถัดไป

การวางมือของผู้ก่อตั้ง Reed Hastings

ประเด็นที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของตลาดมากที่สุด คือการที่ Reed Hastings หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและบุคคลที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของ Netflix ประกาศว่าเขาจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) อีกครั้งหลังหมดวาระในเดือนมิถุนายนนี้

ตามรายงานจาก Fortune การก้าวลงจากตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดอิทธิพลอย่างเป็นทางการของ Hastings หลังจากที่เขาเคยก้าวลงจากตำแหน่ง CEO มาแล้วก่อนหน้านี้ โดย Hastings ระบุว่าจะใช้เวลาหลังจากนี้ไปโฟกัสที่งานด้านการกุศลและการศึกษา ซึ่งการสูญเสียวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งไปท่ามกลางสมรภูมิสตรีมมิ่งที่อิ่มตัว ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าทีมบริหารรุ่นใหม่จะรักษา “นวัตกรรม” และ “จิตวิญญาณเดิม” ของบริษัทไว้ได้นานแค่ไหน

กำไรพุ่งแรงจากรายการพิเศษ

แม้กำไรสุทธิจะโตเกือบเท่าตัว แต่มี รายได้พิเศษ (One-time gain) จำนวน 2.8 พันล้านดอลลาร์ จากค่าชดเชยการยกเลิกดีลกับ Warner Bros. รวมอยู่ด้วย หากตัดรายการนี้ออก กำไรจากการดำเนินงานจริงจะอยู่ที่ประมาณ 0.76 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ไม่ได้เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากธุรกิจหลัก

ความกังวลต่อต้นทุนคอนเทนต์และเป้าหมายในอนาคต

สาเหตุหลักที่ตลาดตอบรับในเชิงลบ คือการที่ Netflix ไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ทั้งปี โดยยังคงไว้ที่ 50.7–51.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังต่อสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ บริษัทยังระบุประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ต้นทุนคอนเทนต์พุ่งสูงในไตรมาส 2: บริษัทระบุว่าไตรมาสหน้าจะเป็นช่วงที่มีค่าใช้จ่ายด้านคอนเทนต์สูงที่สุดของปี ซึ่งจะกดดันอัตรากำไร (Operating Margin) ในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • คาดการณ์รายได้ต่ำกว่าเป้า: Netflix ประเมินรายได้ไตรมาส 2 ไว้ที่ 12.57 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทตั้งความหวังไว้ที่ 12.63 พันล้านดอลลาร์

เสาหลักใหม่ธุรกิจโฆษณาและการปรับราคา

ในด้านบวก Netflix ยังคงมี อำนาจในการต่อรองราคา (Pricing Power) ที่แข็งแกร่ง โดยการปรับเพิ่มค่าสมาชิกในหลายภูมิภาคยังคงได้รับการตอบรับที่ดี ขณะที่ธุรกิจโฆษณา (Ad-tier) ถูกตั้งเป้าให้เป็นรายได้หลักตัวใหม่ โดยคาดว่าจะทำเงินได้ถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพายอดสมาชิกเพียงอย่างเดียวและสร้างการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...