โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ยอมรับถูกจำกัดอำนาจ สงครามกดดันงบประเทศ-ความสัมพันธ์นาโตสั่นคลอน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 02.53 น.

สุนทรพจน์และคำพูดนอกสคริปต์ของ "ทรัมป์" ยอมรับถูกจำกัดอำนาจ สงครามกดดันงบประเทศ-ความสัมพันธ์นาโตสั่นคลอน

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 02.00 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อชาวอเมริกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แทบไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับสงครามที่ยืดเยื้อมานานหนึ่งเดือนและกลายเป็นประเด็นหลักของรัฐบาลเขา แต่คำพูดของทรัมป์ในช่วงสัปดาห์นี้ ทั้งต่อพันธมิตรและผู้สื่อข่าว กลับสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดด้านอำนาจของเขาทั้งในประเทศและเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงที่ต่อต้านนโยบายของทรัมป์ได้ออกมาชุมนุมในหลายพันเมืองทั่วสหรัฐ ภายใต้ชื่อการเคลื่อนไหว “No Kings” หรือ “ไม่มีใครเป็นกษัตริย์” เพื่อต่อต้านสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการใช้อำนาจแบบผู้นำเผด็จการ

ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันพุธว่า “ตอนนี้พวกเขาเรียกผมว่ากษัตริย์ คุณเชื่อไหม? บอกว่า ‘ไม่เอากษัตริย์’ ถ้าผมเป็นกษัตริย์จริง ผมคงทำอะไรได้มากกว่านี้” คำพูดดังกล่าวเป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการกับพันธมิตรใกล้ชิดในงานเลี้ยงอาหารกลางวันช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งสะท้อนว่าประธานาธิบดีที่มักแสดงความมั่นใจ ยังต้องเผชิญข้อจำกัดทางการเมืองจำนวนมาก

คำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์เดินทางไปศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับประธานาธิบดี และได้ยินผู้พิพากษาที่เขาแต่งตั้งตั้งคำถามอย่างสงสัยต่อข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิการได้สัญชาติอัตโนมัติจากการเกิดในสหรัฐ

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าค่าใช้จ่ายของสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากด้านงบประมาณภายในประเทศ โดยกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถให้ความสำคัญกับปัญหาค่าดูแลเด็กได้ในเวลานี้ “เราไม่สามารถดูแลเรื่องค่าเลี้ยงเด็กได้ เราต้องดูแลเรื่องเดียว คือความมั่นคงทางทหาร เราต้องปกป้องประเทศ” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะในตอนแรก เพราะเป็นงานปิดสำหรับสื่อมวลชน และคลิปวิดีโอถูกทำเนียบขาวโพสต์ออนไลน์เพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนจะลบออกในเวลาต่อมา

สิ่งที่ประชาชนเห็นในคืนวันพุธคือทรัมป์อีกแบบหนึ่ง จริงจัง แข็งกร้าว และอ่านสุนทรพจน์ตามสคริปต์ โดยเนื้อหาไม่ได้ช่วยลดความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้าง

ความแตกต่างระหว่างทรัมป์ในสุนทรพจน์กับทรัมป์ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการนั้นชัดเจน นักข่าวที่ติดตามทรัมป์ ระบุว่า “ทรัมป์ที่อ่านจากเครื่องเทเลพรอมป์เตอร์” แตกต่างจากทรัมป์ที่คุยโทรศัพท์ และแตกต่างจากทรัมป์ในเวทีหาเสียงหรือเวลาคุยกับคนใกล้ชิด

ในช่วงเวลานี้ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากสภาคองเกรสที่ไม่ผ่านกฎหมายตามที่เขาต้องการ ศาลรัฐบาลกลางที่ตั้งคำถามต่ออำนาจของเขา พันธมิตรต่างประเทศที่ไม่เต็มใจสนับสนุน และสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ความพยายามควบคุมเงินเฟ้อของเขาซับซ้อนมากขึ้น

แม้ในสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการ ทรัมป์จะไม่ได้วิจารณ์นาโตโดยตรง แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาได้โจมตีพันธมิตรทางทหารนี้อย่างต่อเนื่อง และถึงขั้นขู่ว่าสหรัฐอาจถอนตัวจากนาโต โดยกล่าวว่าประเทศสมาชิกช่วยเหลือสหรัฐน้อยเกินไปในกรณีอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์สามารถถอนสหรัฐออกจากนาโตได้เพียงลำพังหรือไม่ แต่คำวิจารณ์ของเขาทำให้พันธมิตรยุโรปกังวลอย่างมาก ขณะนี้ผู้นำยุโรปหลายประเทศพยายามเจรจากับทรัมป์โดยตรง เช่น ประธานาธิบดีฟินแลนด์ได้โทรศัพท์คุยกับทรัมป์ และเลขาธิการนาโตเตรียมเดินทางเยือนวอชิงตันในสัปดาห์หน้า

นักวิเคราะห์ มองว่า หลังสงครามอิหร่านสิ้นสุดลง อนาคตของพันธมิตรนาโตอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับยุโรปอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...