ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” หารือทิศทางการพัฒนาระบบนิเวศ AI
กรุงเทพฯ – ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับองค์กรและเสริมศักยภาพประเทศในยุคที่ AI จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในทุกภาคส่วน โดยครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization การใช้ AI เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
ตลอดจนแนวโน้มของ Agentic AI ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและการทำงานอัตโนมัติในบางกระบวนการ รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวทางเกี่ยวกับโอกาสของเครือซีพีและไมโครซอฟท์ ในการพัฒนาโซลูชัน การต่อยอดเทคโนโลยีบนโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละฝ่าย และความเป็นไปได้ในการสนับสนุนระบบนิเวศ AI ของประเทศไทยในระยะต่อไป
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในบริบทใหม่ของโลกว่า “Smart City พลังงาน และ AI สำหรับบริการสาธารณะ คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย โดยไทยสามารถเรียนรู้จากต้นแบบระดับโลกอย่างสิงคโปร์และอาบูดาบี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับบริการสาธารณะ การบริหารจัดการเมือง ระบบฉุกเฉิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อสร้างเมืองและระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และตอบโจทย์อนาคตได้ดียิ่งขึ้น”
พร้อมกันนี้ นายศุภชัย ยังชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การยกระดับทักษะของคนไทยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก แม้ประเทศไทยจะมีนักศึกษาในระดับอุดมศึกษากว่า 2 ล้านคน แต่ทักษะจำนวนมากยังไม่สอดรับกับความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
โดยประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นหารือ ได้แก่ แนวทางการผลักดันมาตรฐานทักษะ AI ระดับชาติ การยกระดับ AI literacy ให้กับประชาชนในวงกว้าง การปรับบทบาทครูสู่การเป็น Facilitator การพัฒนาโครงการ Smart School และแนวทางความร่วมมือในรูปแบบ PPPร่วมกับภาคเอกชนกว่า 50 ราย ตลอดจนการนำเครื่องมือ AI เช่น Copilot มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และการพัฒนา Cloud Platform เพื่อช่วยคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพ
ในมิติของการสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ นายศุภชัยยังสะท้อนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนสตาร์ทอัพ การดึงดูด Venture Capital และการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นที่ตั้งของ R&D Center ระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียงเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่สามารถก้าวขึ้นเป็นฐานพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมได้ด้วยตนเองในระยะยาว
ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมกันพิจารณามาตรการสำคัญ อาทิ การยกเว้นภาษี Capital Gains สำหรับ Venture Capital การจัดตั้ง Matching Funds และแนวทางส่งเสริมการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก และสนับสนุนการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างเป็นระบบ
ด้านนายแบรด สมิธ รองประธานกรรมการบริหารและประธาน บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า “ในยุค AI ทุกอาชีพจำเป็นต้องปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถจำแนกงานออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ งานที่ AI ทำได้ทั้งหมด งานที่มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI และงานที่มนุษย์ยังคงต้องดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งในอนาคต งานส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างคนและ AI สิ่งนี้สะท้อนว่า ระบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะของประเทศจำเป็นต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่”
การหารือระหว่างไมโครซอฟท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาคเทคโนโลยีและภาคธุรกิจไทยต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในมิติของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะคน การศึกษา นวัตกรรม และการลงทุน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI และดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไมโครซอฟท์ หารือ สภาดิจิทัลฯ เร่งขับเคลื่อน AI–คลาวด์ ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่เวทีโลก
- เริ่มแล้ว! มหกรรมลุ้นทองล้าน ซีซั่น 4 ทรู5G ชวนลุ้นรวยเป็นเศรษฐีทองคำ
- "ไมโครซอฟท์" เล็งลงทุน ในไทย 1 พันล้านดอลลาร์ สู่ฮับ AI ยกระดับทักษะ ลดต้นทุนดิจิทัล
- ทรู แจกใหญ่จัดเต็ม! “Happiness Celebration เที่ยวฟรี โตเกียว เซี่ยงไฮ้”
- ทรู ผนึก Google ยกระดับ AI Literacy ผ่าน Gemini นำร่องเปิด 2 หลักสูตร